News

7 สินค้า เซเว่น อินโนเวชั่นฯ ปี 19

ปัจจุบันไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะได้เห็นสินค้า บริการ และตัวช่วยทางการเกษตรที่ผู้ประกอบการไทยต่างงัดกลยุทธ์และเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ให้กับผลิตภัณฑ์ในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการเปลี่ยนสินค้าโภคภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นสินค้านวัตกรรม ไม่เพียงแค่อาหาร เครื่องดื่ม หรือยารักษาโรคเท่านั้น แต่ยังมีสินค้านวัตกรรมอีกมากมายที่ผู้บริโภคอย่างเราได้มีโอกาสชม ใช้ ชิม และช้อป และบางชิ้นอาจจะกลายเป็นของที่ต้องมีติดบ้านไปเลยทีเดียว

ล่าสุด โครงการ สุดยอดนวัตกรรม เซเว่น อินโนเวชั่น อวอร์ดส์ 2019” ที่จัดโดย บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ 11 องค์กรชั้นนำด้านการส่งเสริมผู้ประกอบการ อาทิ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ฯลฯ ได้คัดเลือก 7 สุดยอดสินค้าเกษตรนวัตกรรม ประจำปี 2019 อันประกอบด้วย

  1. โคโค่เกิร์ต โยเกิร์ตจากมะพร้าวอินทรีย์ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพทางเลือกใหม่ Vegan Dairy Free Soy Free 100% เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการรับประทานโยเกิร์ตที่ผลิตจากนมสัตว์และถั่วเหลือง มีคุณประโยชน์จาก Prebiotic Fiber และ Vegan Probiotic Cultures ซึ่งเป็นเส้นใยอาหารและแบคทีเรียชนิดดีที่สามารถช่วยให้ระบบการย่อยอาหารและการขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น รวมทั้งมีคุณประโยชน์จากไขมันชนิดดีจากมะพร้าว ไม่มีโคเลสเตอรอล ย่อยได้ง่ายกว่าโปรตีนจากนมของสัตว์ ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่จะได้รับสารอาหารที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยในการขับถ่าย และปราศจากน้ำตาลตัวปัญหาแห่งความแก่ก่อนวัย
  1. ผลิตภัณฑ์จากโพรไบโอติกสายพันธุ์ใหม่ป้องกันฟันผุ ซึ่งมาในรูปแบบของนม นมผง นมอัดเม็ด และโยเกิร์ต โดยนวัตกรรมดังกล่าวเป็นการคัดเลือกจุลินทรีย์สายพันธุ์ที่มีต้นกำเนิดจากช่องปากของคน (Lactobacillus paracasei SD1) นำมาประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพช่องปาก มีคุณสมบัติทั้งการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ Streptococcus mutans และ Streptococcus sobrinus แบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของฟันผุ สามารถเกาะติดเยื่อบุผิวในช่องปากได้ดี สร้างกรดน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับจุลินทรีย์สายพันธุ์อื่นๆ ที่มีความสามารถในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียสาเหตุของฟันผุได้ในระดับที่เท่ากัน นวัตกรรมนี้ถือเป็นประโยชน์อย่างมากในดูแลสุขภาพช่องปากของคนไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก ทั้งยังช่วยลดค่ารักษาจากปัญหาที่ตามมาของฟันผุ เช่น ค่าอุดฟัน การทำฟันปลอม ค่าขูดหินปูน ฯลฯ ได้เป็นอย่างดี
  2. ไอศกรีมมะม่วงน้ำดอกไม้พันธุ์สีทองแช่เยือกแข็งพร้อมรับประทาน เป็นผลไม้สดแช่แข็งที่อยู่ในรูปแบบไอศกรีม แต่ยังคงไว้ซึ่งรสชาติความอร่อยที่แท้จริงของมะม่วงน้ำดอกไม้ 100 % มีความสด ใหม่ เหมือนได้รับประทานมะม่วงสดจากต้น เพราะผ่านกระบวนการนวัตกรรม Shock Freeze เป็นการล็อกคุณค่าทุกอย่างของมะม่วงที่ได้จากหน้าสวนเอาไว้ มีอายุการเก็บรักษายาวนาน ได้ถึง 5 ปี สำหรับสินค้านี้สามารถสร้างยอดขายล่วงหน้าในปี 2562 ได้มากกว่า 20 ล้านบาท และยังช่วยลดปัญหาผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมะม่วงไทย 10-15 เท่า จากเดิมราคาขายผลสดกิโลกรัมละ 10-120 บาท เป็นราคากิโลกรัมละ 1,000-1,500 บาท โดยปัจจุบันได้มีการส่งออกไปยังประเทศจีน เซี่ยงไฮ้ กวางโจว รวมถึงฮ่องกง และมาเก๊า
  3. ละอองเย็น Cooling Mist เนื่องด้วยสภาพอากาศไทยเป็นเมืองร้อน จึงมีการคิดค้นผลิตภัณฑ์สเปรย์เย็นเพื่อใช้ฉีดพ่นตามร่างกายจากสูตรยาสมุนไพรไทยภูมิปัญญาชาวบ้าน ด้วยนวัตกรรม นาโนเซลลูโลส สารอินทรีย์ระดับนาโนเมตรจากธรรมชาติที่ผสมผสานร่วมกับเกร็ดสะระแหน่และน้ำมันหอมระเหยชนิดต่างๆ เพื่อช่วยคลายความร้อน และยังรักษาความเย็นของสเปรย์ให้อยู่กับร่างกายได้ยาวนานถึง 2 ชั่วโมง ละอองเย็นมีคุณลักษณะเสมือนเป็นฟิล์มใสบาง ๆ เคลือบผิวโดยไม่ทิ้งคราบ สามารถป้องกันยุงและแมลง มีกลิ่นหอมสดชื่นเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องเผชิญกับสภาวะอากาศร้อนของเมืองไทย สินค้าดังกล่าวได้ขยายตลาดเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เนื่องจากเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศและอุณหภูมิที่คล้ายกับประเทศไทย ซึ่งจะทำให้สมุนไพรไทยเป็นที่รู้จักในตลาดโลกมากขึ้น
  1. พริกค่ะ สไปซี่ คอฟฟี่ กาแฟพริกสูตรเผ็ดให้ความอบอุ่น กาแฟ 3 In 1 สูตรแรกของโลกที่มีสารสกัดจากพริกขี้หนูเป็นส่วนผสม ผสานกลิ่นและรสชาติที่อร่อยลงตัว ไม่เติมน้ำตาล ไม่มีไขมันทรานส์ และ ไม่มีโคเลสเตอรอล ถือว่าเป็นกาแฟทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพ ดื่มแล้วให้ความรู้สึกแตกต่างจากกาแฟ 3 in 1 ทั่วๆไป ทั้งรสชาติและความรู้สึกหลังดื่ม ให้รสสัมผัสถึงความเผ็ดและความอบอุ่นสบายท้อง ตอบโจทย์กับผู้ที่อยู่เมืองหนาว ผู้ที่ทำงานในห้องแอร์ อีกทั้งเป็นของฝากหรือของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้เป็น พริกค่ะฯ สามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 30 ล้านบาท/ปี และยังวางแผนขยายตลาดไปยังจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศในอนาคต
  2. บราวนี่กลูเตนฟรี บราวนี่ที่มีรสชาติกรอบอร่อย ปราศจากกลูเตน ตอบโจทย์ตลาดอาหารแห่งอนาคต (Future Food) สินค้าดังกล่าวถือได้ว่าเป็นขนมอบกรอบเกรดพรีเมี่ยม เนื้อสัมผัสของขนมนุ่มฟู ไม่แห้งกระด้าง ใช้แป้งข้าวเจ้าไทยสายพันธุ์ดีทดแทนการใช้แป้งสาลี จึงมั่นใจได้ว่าปราศจากกลูเตน ช่วยตอบสนองผู้บริโภคที่ต้องการรับประทานขนมทางเลือกที่อร่อยและไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ โดยเฉพาะผู้ที่แพ้แป้งข้าวสาลี สร้างยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศได้หลายล้านบาท ภายในระยะเวลา 2 ปี ทั้งยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับแป้งข้าวเจ้าไทยด้วยการแปรรูป จากกิโลกรัมละ 30 บาท เป็น 1,480 บาท ก่อให้เกิดการจ้างงาน ช่วยสนับสนุนสินค้าจากชุมชน และการกระจายรายได้เข้าสู่เกษตรกร 100,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ
  3. Cleanradex Eyelid ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเปลือกตาและขนตาจากข้าวไทย หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องมีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเปลือกตา เพราะทุกวันนี้เราก็ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริง มีการค้นพบว่าหลายปีที่ผ่านมาคนไทยจำนวนมากเป็นโรคตาแห้งกันถึงร้อยละ 70-80 ด้วยเหตุนี้จึงมีการวิจัยและพัฒนาข้าวไทยและน้ำมันมะพร้าวให้เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเปลือกตา เพราะในข้าวมีสาร Ricecoside เป็นสารทำความสะอาดหรือ Green Surfactant ช่วยในการทำความสะอาดสิ่งสกปรกและไขมันบริเวณรอบดวงตา สามารถกำจัดไรขนตาที่เป็นสาเหตุหลักของอาการตาแห้ง นอกจากนี้ยังผ่านกระบวนการเทคโนโลยีสีเขียว ปราศจากสารเคมีอันตราย เหมาะสำหรับการทำความสะอาดที่อ่อนโยน ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวไทยได้ประมาณ 20 เท่า สร้างยอดขายเติบโตต่อเนื่องมากกว่า 25 ล้านบาท/ปี และยังสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้กับเกษตรกรและชุมชนได้อีกด้วย
Previous post

แม่ทัพใหม่หอการค้าเมืองชลฯ

Next post

แบคทีเรียดื้อด้าน ‘ซิงค์ อ๊อกไซด์’ ต้านได้อยู่หมัด

  • No Comment

    Leave a reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *

    7 + 3 =