Trends

แบคทีเรียดื้อด้าน ‘ซิงค์ อ๊อกไซด์’ ต้านได้อยู่หมัด

เรื่องวิทยาการทางการแพทย์ การทดสอบ ทดลอง การวิจัย เพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบในการเยียวยา ป้องกันและรักษามนุษย์และสัตว์นั้น อาจดูเป็นเรื่องไกลตัว เพราะส่วนใหญ่แล้วมักจะสนใจสิ่งต่างๆ รอบตัว โดยเฉพาะเรื่องปากท้องหรือไม่ก็การทำมาหากินมากกว่า แต่จริงๆ แล้ว วิวัฒนาการทางการแพทย์ เรื่องยารักษาโรค การยับยั้งเชื้อแบคทีเรียสายพันธุ์ต่างๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่คิดเสียอีก เพราะถือเป็นอีกหนึ่งภัยคุกคามที่บางครั้งก็ยากต่อการป้องกัน ดังกรณีการดื้อยาปฏิชีวนะของแบคทีเรีย “อีโคไล” ที่อาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพร่างกายของคนเรา

‘อีโคไล’ ร้ายนัก ดื้อยาปฏิชีวนะ 1,000 เท่า!

“อีโคไล – E.coli” หรือ Escherichia coli แบคทีเรียที่พบในลำไส้ของคนและสัตว์ เมื่อเราถูกเจ้าแบคทีเรียสายพันธุ์นี้เล่นงาน ก็จะทำให้เกิดอาหารปวดท้อง ท้องเสีย ไปจนถึงขั้นอาเจียนเลยก็มี ยิ่งในช่วงฤดูร้อนแบบนี้ ต้องระมัดระวังเรื่องอาหารการกินให้ดี เพราะอีโคไลจะคุกคามหนักในช่วงอากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้แหละ

ที่น่าตกใจยิ่งกว่า ก็คือ การปรับตัวเพื่อให้มีชีวิตรอดของแบคทีเรียอีโคไล ซึ่งดูจะมีพัฒนาการน่าหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย เพราะมันสามารถดื้อต่อการให้ยาปฏิชีวนะได้มากถึง 1,000 เท่า เข้าให้แล้ว!

ข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันจาก คณะนักวิทยาศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จากการทดลองเลี้ยงอีโคไล ในจานเลี้ยงขนาดใหญ่ เพื่อทดสอบว่าพวกมันมีพัฒนาการดื้อยาปฏิชีวนะอย่างไร ซึ่งระเบียบวิธีการทดลอง จะแบ่งออกเป็น 5 แบบ คือ ที่แถบนอกของจานเพาะเลี้ยงจะไม่มียาปฏิชีวนะ ถัดเข้ามามียา 1 โดส ขยับเข้าไปอีกเพิ่มเป็น 10 เท่า แล้วก็ 100 เท่า สุดท้ายที่แถบในสุดจะให้ยาปฏิชีวนะมากสุด 1,000 เท่า

จากนั้นจึงใส่เชื้ออีโคไล ที่ปลายสุดแต่ละด้านของจานเพาะเลี้ยง ซึ่งพวกมันจะแพร่ไปบริเวณที่ไม่มียาปฏิชีวนะ แล้วจะตาย เมื่อเจอกับยาโดสแรก แต่สายพันธุ์ที่ดื้อยาจะทะลุทะลวงผ่านไปได้ และเอาชนะยาที่มีความแรงหนึ่งโดส ขั้นต่อไป แบคทีเรียดื้อยานี้ต้องหยุดเพื่อปรับสภาพ แล้วพัฒนาการดื้อยาขึ้นมาใหม่ เพื่อให้รอดจากยาปฏิชีวนะที่มีความแรง 10 เท่า

การสังเกตที่พบ ก็คือ เชื้อที่กลายพันธุ์สามารถฝ่ายาปฏิชีวนะได้ 100 เท่า เช่นกัน และสุดท้าย หลังจากพัฒนาการดื้อยาได้มากขึ้น แบคทีเรียนี้ก็รอดจากยาปฏิชีวนะที่มีความแรง 1,000 เท่าได้ โดยใช้เวลาเพียง 10 วันเท่านั้น เพื่อพัฒนาตัวเองให้สามารถดื้อยาได้อย่างเต็มที่

สุดอันตราย ‘อีโคไล’ แพร่กระจายได้หลายทาง

แบคทีเรียอีโคไลนั้น มีอยู่หลายสายพันธุ์ ทั้งสายพันธุ์ร้ายมากร้ายน้อย ซึ่งโดยธรรมชาติร่างกายของคนเราจะมีภูมิต้านทานได้ในระดับหนึ่ง หากแต่เจอเข้ากับสายพันธุ์ที่แข็งแรงมากๆ อย่างกรณีการดื้อยาปฏิชีวนะ แล้วมันเข้าไปปนเปื้อนในอาหาร ทำให้อาหารเป็นพิษ ซึ่งจะส่งผลกระทบหนักหน่วง รุนแรง ดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้ในยุโรปและอเมริกา ที่เชื้ออีโคไลอาละวาดหนัก ทำเอาผู้คนท้องร่วง ท้องเสีย ต้องหามส่งโรงพยาบาลนับร้อยๆ คน

และถึงแม้การแพร่กระจายของเจ้าแบคทีเรียชนิดนี้ จะไม่แพร่จากคนสู่คนได้โดยตรง จากการไอ จาม จูบ หรือสัมผัสก็ตาม แต่ก็อย่าชะล่าใจไป เพราะมันสามารถแทรกซึมมาสู่เราได้ทางอ้อมเช่นกัน โดยเฉพาะกับคนที่มีเชื้อนี้อยู่ในร่างกาย  หลังการถ่ายหนักถ่ายเบาในห้องน้ำแล้วเสร็จ อาจจะลืมล้างทำความสะอาดมือ แล้วมาทำอาหารให้คนอื่นรับประทานต่อ ลงไปเล่นสระน้ำร่วมกับผู้อื่น หรือหยิบจับเสื้อผ้า ผ้าห่ม ที่นอน หมอน มุ้ง ผ้าเช็ดตัว นำเข้าเครื่องซักผ้า ฯลฯ ต่างๆ เหล่านี้ ก็จะเท่ากับช่วยแพร่กระจายเชื้ออีโคไลไปสู่บุคคลรอบข้างและสิ่งแวดล้อมไปโดยไม่ตั้งใจ

‘ซิงค์ อ็อกไซด์’ ต้านไวรัสร้ายได้ทุกสายพันธุ์

อย่างไรก็ดี แม้เจ้าแบคทีเรียอีโคไลจะมีพิษสงร้ายกาจเพียงใด แต่ก็ยังมีบางสิ่งที่สามารถระงับ ยับยั้ง และต้านทานมันได้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด นั่นก็คือ “ซิงค์ อ็อกไซด์” หรือสังกะสีอนุภาคนาโน ซึ่งผ่านการทดลอง ทดสอบ และวิจัย จากบรรดานักวิทยาศาสตร์หลายสำนักมาแล้วอย่างเข้มข้น อาทิเช่น

Azam et al รายงานว่าจากการเปรียบเทียบผลทดสอบความสามารถในการต่อต้านจุลินทรีย์ของ สังกะสีออกไซด์ (ZnO), ทองแดงออกไซด์ (CuO) และไอรอนออกไซด์ (Fe2O3) อนุภาคนาโนกับ แบคทีเรียแกรมลบ (E. coli และ P. aeruginosa) และแกรมบวก (S. aureus และ Bacillus subtilis (B. subtilis)) อ้างอิงจากผลการทดสอบ สังกะสีออกไซด์อนุภาคนาโน หรือ “ซิงค์ อ็อกไซด์” ดูจะทำปฏิกิริยาทำลายแบคทีเรียมากที่สุด ทั้งยังบั่นทอนความสามารถในการดำรงชีวิตของแบคทีเรียเหล่านั้นด้วย

Emami-Karvani และคณะได้ศึกษาการต่อต้านจุลินทรีย์ของสังกะสีออกไซด์อนุภาคนาโนกับ แบคทีเรียแกรมลบ (E. coli) และแบคทีเรียแกรมบวก (S. aureus) พวกเขาประเมินผลที่ได้จากการลดขนาดของอนุภาคและปรับความเข้มข้นของสังกะสีออกไซด์อนุภาคนาโนที่ส่งผลกับการต่อต้านแบคทีเรีย พบว่าศักยภาพในการต่อต้านแบคทีเรียของสังกะสีออกไซด์นาโนจะเพิ่มขึ้นเมื่อขนาดของอนุภาคเล็กลง

Sun และคณะได้ทำการสังเคราะผงสังกะสีออกไซด์เจือไทเทเนียมจากเกลือสังกะสี ผลที่ได้แสดงให้เห็นว่ามีความสามารถต่อต้านแบคทีเรียกับ E. coli และ S. aureus ทั้งยังมีความสัมพันธ์กับขนาดของอนุภาคและสภาพเป็นผลึก ยิ่งไปกว่านั้น สังกะสีอนุภาคนาโนแสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติในการเร่งปฏิกิริยาด้วยแสงที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพในการต่อต้านจุลินทรีย์ สังกะสีออกไซด์อนุภาคนาโน ยังก่อให้เกิดปฏิกิริยา ROS ภายใต้แสง UV เช่นกัน

เมื่อรู้ถึงภัยเงียบใกล้ตัวและสิ่งที่จะเข้ามาช่วยระงับยับยั้งเจ้าแบคทีเรียร้ายอีโคไลแบบนี้แล้ว ก็ไม่ควรรีรอในการหาวิธีป้องกันรับมือ ยิ่งทุกวันนี้มีสินค้านวัตกรรม “ซิงค์ อ็อกไซด์” แบรนด์ ดีพิลโล (Dpillow) ผู้ผลิตและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์เครื่องนอน หมอน ปอกหมอน ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน ผ้าคลุมเตียง ผ้าเช็ดตัว และอีกหลายรายการ หนึ่งเดียวในไทยและระดับสากลด้วยแล้ว ก็น่าจะซื้อหามาใช้กัน เพื่อให้ตัวเราและบุคคลที่รัก อยู่ห่างไกลสารพัดโรคร้าย โดยเฉพาะเจ้าแบคทีเรียอีโคไลเสียแต่เนิ่นๆ

ดังภาษิตสอนใจที่ว่า “กันไว้ดีกว่าแก้ เดี๋ยวมันจะแย่แล้วแก้ไม่ทัน”!   

อ้างอิง : Antimicrobial activity of the metals and metal oxide nanoparticles/ www.elsevier.com/locate/msec

สนับสนุนข้อมูล : Dpillow

Previous post

7 สินค้า เซเว่น อินโนเวชั่นฯ ปี 19

Next post

This is the most recent story.

  • No Comment

    Leave a reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *

    2 × one =