SME Legend

เสื้อยืดขวัญใจไทยนิยม

สินค้าหรือบริการใดก็ตาม หากยืนระยะมาได้เกินกว่าครึ่งศตวรรษ สันนิษฐานเบื้องต้นก่อนได้เลยว่า ย่อมมีดีแน่นอน แล้ว  “ตราห่านคู่” เสื้อยืดที่ดูพื้นๆ เรียบๆ เข้าข่ายนี้หรือไม่ เรามาดูกัน…

ย้อนกลับไปราว 70 ปีที่แล้ว ผู้ที่สร้างตราสินค้ายี่ห้อนี้ขึ้นมา คือ กลุ่มพ่อค้าวานิชชาวจีนโพ้นทะเล ที่เข้ามาลงหลักปักฐานในแผ่นดินสยาม

โดยจัดตั้ง บริษัท เซ่งเซียงไถ่ จำกัด นำเข้าสารพัดสินค้าทันสมัยในเวลานั้นจากฮ่องกงมาจำหน่ายในไทย เช่น กระติกน้ำ ตราอูฐ สบู่หอม ตราบัลเลย์ น้ำหอม แอนโนเน่ ฯลฯ

กิจการซื้อมาขายไป ทั้งขายปลีกและขายส่งของเซ่งเซียงไถ่ ดำเนินงานเช่นนี้อยู่หลายปี และทำท่าว่าจะไปได้สวย กระทั่งสภาพเศรษฐกิจและสังคมไทยปรับเปลี่ยนไป

ภายใต้ยุคผู้นำ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ที่ท่านได้ทำการ “ปฏิวัติวัฒนธรรม” ขนานใหญ่ในหลายมิติ เปลี่ยนชื่อเรียกจากสยามเป็นประเทศไทย นำคำพูดทักทาย สวัสดี อรุณสวัสดิ์ และราตรีสวัสดิ์ เหมือนกับตะวันตกมาใช้  ห้ามไม่ให้มีการเคี้ยวหมาก เพราะทำให้ฟันดำ แลไม่น่าดู ทั้งยังจะช่วยให้บ้านเมืองสะอาดสะอ้าน ไม่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำหมาก รวมถึงการประกาศยกเลิกการนุ่งโจงกระเบนของข้าราชการ ส่วนชาวบ้านก็ให้เลิกนุ่งผ้าซิ่น ไม่ใส่เสื้อ มาสวมเสื้อ กางเกง และกระโปรง ให้สุภาพเรียบร้อย แถมเวลาออกนอกบ้าน ยังรณรงค์ให้สวมหมวกตามแบบอย่างสากลอีกต่างหาก

ส่วนทิศทางการนำพาประเทศด้านการค้าที่สำคัญ ผลักดันให้ เซ่งเซียงไถ่ ต้องปรับตัว เห็นจะเป็นแนวนโยบายส่งเสริมให้  “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ” นี่แหละ

นั่นจึงเป็นจุดเริ่มของการก่อตั้ง บริษัท โรงงานไทยแลนด์นิตติ้ง จำกัด เพื่อผลิตและจำหน่ายสินค้าตราห่านคู่ ขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2496

ระยะแรกเริ่มการเดินเครื่องผลิตเสื้อยี่ห้อนี้ มุ่งเจาะไปที่กลุ่มลูกค้าผู้ชายเป็นหลัก นำเสนอสินค้า 3 รายการ คือ เสื้อทับสวมชั้นใน (Inner wear) เสื้อกล้าม และกางเกงในบุรุษ

นอกจากการเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นผลิตสินค้าดี มีมาตรฐาน สวมใส่สบาย และเป็นสินค้าไทยเพื่อคนไทยแล้ว ถ้อยคำโฆษณาในเวลานั้น ยังได้ชูจุดขายทั้งเรื่อง “ใช้ผ้าฝ้ายอย่างดีของอียิปต์” และ “ใช้ของดี ซื้อของถูก เลือกใช้แต่เสื้อยืด เสื้อกล้าม กางเกงใน ตราห่านคู่” ควบคู่กันไป

ทำเอาหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ ช่วงเจเนอเรชั่น Baby Boomer ในเวลานี้ ซื้อหามาสวมใส่กันทั่วบ้านทั่วเมือง โดยเฉพาะเสื้อยืดและเสื้อกล้าม ต่างให้การยอมรับว่าเป็นของดี ราคาถูกตามที่กล่าวอ้าง ราคาไม่ถึงร้อยบาท แต่เนื้อผ้านุ่ม ใส่สบาย คลายร้อน ซับเหงื่อได้ดี เหมาะกับสภาพอากาศร้อนเมืองไทยดีนักแล

อย่างไรก็ดี พฤติกรรมการสวมใส่เสื้อยืดยี่ห้อนี้ ส่วนใหญ่ก็จะคล้ายๆกัน กล่าวคือ นิยมสวมไว้เป็นเสื้อซับเหงื่อข้างใน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดหรือเสื้อกล้ามก็ตาม นานวันเข้าเมื่อเสื้อเก่า สีเริ่มหมอง ก็เปลี่ยนมาใส่เป็นเสื้อลำลองอยู่กับบ้าน จนกระทั่งเนื้อผ้าเปื่อย เป็นรู หรือฉีกขาดนั่นแหละ เสื้อตราห่านคู่ก็จะกลายเป็นผ้าเช็ดมือ ผ้าขี้ริ้วไปในที่สุด เรียกว่าใช้กันจนคุ้ม

การเดินทางของเสื้อตรา Double Goose ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้วถึง 65 ปี เผชิญสถานการณ์การแข่งขันทุกรูปแบบ กระจายสินค้าผ่านช่องทางดั้งเดิม ขายปลีก ขายส่ง ในทุกตลาดทั่วไทย เจอคู่แข่งดัมพ์ราคา ผลิตสินค้าก็อปปี้บ้าง เลียนแบบทำห่านตัวเดียวบ้าง ครั้นเมื่อเข้าสู่ยุคโมเดิร์นเทรดเบ่งบาน  ยักษ์ค้าปลีกแต่ละราย ก็ผลิตเสื้อยืด เสื้อกล้าม House Brand ร่วมชิงชัยกันถ้วนหน้า ยิ่งในปัจจุบัน การผลิตและจำหน่ายสินค้าชนิดนี้ของผู้ประกอบการทุกระดับ ทั้งยี่ห้อไทยและของนอก น่าจะมีนับพันยี่ห้อ

ทว่า เสื้อยืดตราห่านคู่ สองตัวนี้ยังคงลอยตัวอยู่เหนือน้ำอย่างสงบ สง่า ไม่สะทกสะท้าน…

ส่วนหนึ่งเพราะ การรู้เท่าทัน ปรับตัว แล้วพัฒนาให้ล้ำหน้าไปกว่าคู่แข่งขันอย่างน้อยหนึ่งก้าวเสมอ สะท้อนจากการยกระดับโรงงานผลิตเสื้อ ย่านกล้วยน้ำไท ให้สอดรับกับมาตรฐานสากล ทุกขั้นตอน กระบวนการผลิต ผ่านการควบคุมตรวจสอบเข้มข้น การคัดสรรวัตถุดิบ ที่ปัจจุบันได้หันมานำเข้าฝ้าย Cotton 100% จากออสเตรเลีย ซึ่งเป็นฝ้ายคุณภาพระดับสูง รวมไปถึงการถักทอ ตัดเย็บพิถีพิถัน ฝีเข็มละเอียด ฯลฯ

ปัจจุบัน เสื้อยืด เสื้อกล้าม ตราห่านคู่ มีคอลเลคชั่นเสื้อให้เลือกหลากสีสัน ทุกเพศวัย และไม่จำกัดแค่เพียงสีขาวเท่านั้น แบ่งออกเป็น 3 รุ่นหลัก คือ Classic Collection เป็นเสื้อแบบดั้งเดิม แนวคลาสสิคมาตั้งแต่ปี 2496 สังเกตได้จากการเย็บปักตราสินค้าไว้ตรงด้านในคอเสื้อ

Modern Collection ปรับเปลี่ยนดีไซน์หลายจุดให้ดูร่วมสมัยยิ่งขึ้น ทั้งการทอแบบไร้ตะเข็บข้าง ความยาวของแขนเสื้อและลำตัวสั้นลง รวมถึงใช้การสกรีนตราสินค้าแทนการปัก และรุ่นล่าสุด Kool Cotton Collection ใช้เทคนิคการผลิตผ้าแบบ Super Soft ทำให้เนื้อผ้าดูนุ่มลื่น หนาขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงระบายความร้อนได้ดีเช่นเดิม

เอกลักษณ์ที่โดดเด่นอีกอย่าง ของเสื้อตราห่านคู่ เห็นจะเป็นเสื้อยืดในแบบ “คอกุ๊น” ด้วยการนำแถบผ้ามาหุ้มตรงขอบผ้าแล้วเย็บติด เพื่อเป็นการตีกรอบให้กับตัวเสื้อ ทำให้ดูเรียบร้อย คงทน ทั้งยังช่วยให้คอเสื้อไม่ยืดเหมือนแบบเสื้อทั่วไป

ทุกวันนี้ บริษัท เซ่งเซียงไถ่ จำกัด ยังคงดำเนินกิจการ ค้าเสื้อผ้าสำเร็จรูป ปักหลักอยู่ที่ถนนมังกร ย่านเยาวราช แต่บทบาทการขับเคลื่อน ผลิตและจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ จะมาอยู่ที่ บริษัท โรงงานไทยแลนด์นิตติ้ง จำกัด เป็นหลัก โดยมี คุณากร ธนสารสมบัติ เป็นหัวเรือใหญ่

ส่วนผลการดำเนินงาน บจ. โรงงานไทยแลนด์นิตติ้ง ที่แจ้งต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ล่าสุดในปี 2559 ระบุว่า มีรายได้รวม 594.04 ล้านบาท เติบโต 35.88% รายจ่ายกว่า 500 ล้านบาท คงเหลือกำไรสุทธิ 92.66 ล้านบาท ขยายตัว 104.09%

เห็นตัวเลขแบบนี้แล้ว ก็พออนุมานได้ว่า ตราห่านคู่ คงเป็นเสื้อยืดเคียงคู่คนไทยไปอีกยืดยาวเป็นแน่.

ขอบคุณข้อมูล : doublegoose.com

เครดิตภาพ : doublegoose

Previous post

'เวอร์ลีด้า บอดี้โลชั่น' แปรรูปผลไม้สู่โลชั่นบำรุงผิว

Next post

หมอนหรือที่นอน อะไรสำคัญกว่ากัน?

  • No Comment

    Leave a reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *

    3 × 2 =