Highlight

เจาะธุรกิจ ‘อาลีบาบา’ สยายปีกอีคอมเมิร์ซไทย

ทันทีที่ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและ “อาลีบาบา กรุ๊ป” มีผลอย่างเป็นทางการแล้วนั้น MOU ทั้ง 4 ฉบับนี้ ถูกนำมาวิเคราะห์ถึงผลกระทบ ข้อดี-ข้อเสียรอบด้านจากหลายฝ่ายค่อนข้างมากทีเดียว

แม้ข้อมูลจากทางการที่เผยถึงเม็ดเงินลงทุนของกลุ่มอาลีบาบาเบื้องต้น 1.1 หมื่นล้านบาท เพื่อสร้าง ดิจิทัลฮับ (Smart Digital Hub) ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี ตลอดจนโครงการยกระดับและพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยในหลายมิติ จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจของคนตัวเล็กขยายตลาดออกไปได้กว้างไกลทั้งในจีนและระดับโลกก็ตาม

ทว่า ความวิตกกังวลต่อการรุกคืบของยักษ์อีคอมเมิร์ซรายนี้ ก็เกรงกันว่าน่าจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ E-Commerce ไทย โดยเฉพาะค้าปลีกออนไลน์, ธุรกิจโลจิสติกส์, e-Payment และธุรกิจการท่องเที่ยวในทุกระดับไม่มากก็น้อย ดังนั้นธุรกิจเหล่านี้จึงเกาะติดสถานการณ์ จับตามองไม่กระพริบ

เอาล่ะ! เรามาดูกันว่าเครือข่ายอี-คอมเมิร์ซของอาลีบาบาในไทยนั้นมีอะไร แต่ละธุรกิจโมเดลเป็นอย่างไร แล้วจะเข้าไปมีส่วนร่วมในแต่ละแพลตฟอร์ม หรือต้องเตรียมความพร้อมรับมือกันแบบไหน?

E-Commerce

Tmall/SMEmestyle

เครดิตภาพ : Tmall

ดังที่รับรู้กันถึงการจัดตั้งอาลีบาบาในปี 1999 ของ แจ็ค หม่า มีเป้าหมายสำคัญ คือ การเป็นสะพานเชื่อมให้ผู้บริโภคและผู้ประกอบการชาวจีน เข้าถึงแพลตฟอร์มค้าขายออนไลน์ได้อย่างทั่วถึง โดยอาลีบาบาจะสนับสนุนด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และเครือข่ายพันธมิตร คอยช่วยเหลือให้ทุกฝ่ายเติบโตไปด้วยกัน  ผ่านหลากหลายช่องทาง ดังนี้

Alibaba.com – เว็บไซต์สำหรับธุรกิจถึงธุรกิจ (B2B : Business to Business)

Tmall.com – เว็บไซต์สำหรับธุรกิจถึงผู้บริโภค (B2C : Business to Consumer)

Taobao.com – เว็บไซต์สำหรับผู้บริโภคถึงผู้บริโภค (C2C : Consumer to Consumer)

1688.com – เว็บไซต์สั่งนำเข้าสินค้าจากซัพพลายเออร์จีน หรือ Pre-Order

Aliexpress.com, Juhuasuan.com – เว็บไซต์แฟลชเซลล์หรือนำเสนอสินค้าราคาพิเศษจากผู้ผลิตโดยตรง

เครดิตภาพ : Alexa via Hootsute

ระยะเวลาร่วม 20 ปี เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ์เหล่านี้สามารถครองใจผู้ซื้อ-ผู้ขายชาวจีนทั่วโลกนับพันล้านคน จนติดชาร์ต 10 อันดับยอดนิยม สะท้อนจากสถิติยอดผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตโดย We are Social, Hootsuite และ Alexa ประจำไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2018 พบว่า taobao.com เว็บไซต์ในเครืออาลีบาบา ติดอันดับ 10 ของเว็บที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลกประจำเดือนมีนาคม เหนือกว่า amazon.com อันดับที่ 11 อีกทั้งผู้เข้าชมยังใช้เวลาใน taobao.com มากกว่าเฉลี่ยที่ 8.03 นาที ส่วน amazon.com จะใช้เวลาเฉลี่ยที่ 7.40 นาที ที่มาแรงไม่แพ้กันคือเว็บ tmall.com ในอันดับ 13 ซึ่งผู้เข้าชมใช้เวลาไม่น้อย เฉลี่ยที่ 6.34 นาที

ขณะที่ เว็บไซต์หัวหอก alibaba.com นั้น ก็ขยายฐานกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมทุกทวีปทั่วโลก อเมริกา ยุโรป เอเชีย ไม่เว้นแม้แต่ในไทย thai.alibaba.com ก็ตอบสนองคู่ค้า B2B ชาวไทยมาพักใหญ่แล้ว ไม่เท่านั้น ในช่วงต้นปี 2016  อาลีบาบากรุ๊ป ยังทุ่มเม็ดเงินลงทุนราว 1 พันล้านดอลลาร์ เข้าควบรวมกิจการค้าปลีกออนไลน์เบอร์หนึ่งอาเซียน Lazada ขวัญใจนักชอปไทย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งอีกทาง

ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ว่าในอนาคตอันใกล้ เว็บไซต์ Tmall.com ภายใต้ MOU ข้างต้น อาจจำเป็นต้องมีภาคภาษาไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ SME โอทอป รัฐวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ ฯลฯ เพื่อการติดต่อประสานงานกันระหว่างเมมเบอร์และผู้พัฒนาแพลตฟอร์มอาลีบาบาโดยตรง แทนที่ต้องสมัครเป็นสมาชิกผ่านเว็บไซต์ Thaitrade.com ของกระทรวงพาณิชย์ เหมือนกับปัจจุบัน   

โลจิสติกส์

เครดิตภาพ : asia.nikkei

ในเดือนกันยายน ปี 2017 อาลีบาบาได้เพิ่มเงินลงทุนอีก 5.3 พันล้านหยวน หรือประมาณ 2.65 หมื่นล้านบาท เพิ่มสัดส่วนถือครองหุ้นจาก 47% เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 51% ในกิจการโลจิสติกส์ใหญ่ ไช่เหนี่ยว (Cainiao Smart Logistics) เพื่อเสริมศักยภาพการขนส่งและระบบโลจิสติกส์ ทั้งยังวางเป้าหมายระดมทุนเพิ่มอีก 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ภายในเวลา 5 ปี เพื่อสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์ระดับโลก ยกระดับคลังสินค้าและระบบขนส่งอัจฉริยะ เพื่อการจัดส่งสินค้าได้ภายในวันเดียว และไม่เกิน 3 วัน กรณีจัดส่งไปต่างประเทศ

การมีเครือข่ายโลจิสติกส์ระดับโกลบอลนี้ ทำให้อาลีบาบามีแต้มต่อในการคัดเลือกบริษัทโลจิสติกส์พันธมิตรในหลายประเทศทั่วโลกให้เหมาะสมกับงานด้านต่างๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการหรือผู้บริโภคมีทางเลือกใช้บริการ เร็วที่สุด ถูกที่สุด และปลอดภัยที่สุด

ภายใต้ระบบ Alibaba Logistics Network นี้ อาลีบาบา จะใช้พื้นที่ EEC เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ในกลุ่มประเทศอาเซียนบก CLMVT กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม และไทย ส่วนความร่วมมือกับรัฐบาลมาเลเซียในปี 2017 ที่ผ่านมา ที่ “เขตการค้าเสรีดิจิทัล” หรือ Digital Free Trade Zone : DFTZ  ซึ่งมีแผนจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าครบวงจร หรือ e-Logistics Hub เช่นกันนั้น คาดว่าจะใช้เป็นฐานโลจิสติกส์สำหรับ 5 กลุ่มประเทศอาเซียนทางทะเล มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และบรูไน

e-Payment

Alipay/SMEmestyle

เครดิตภาพ : Alipay

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุถึงจำนวนผู้ให้บริการในธุรกิจ บริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Payment มีทั้งสิ้น 183 ราย ในจำนวนนี้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ ธนาคาร นันแบงค์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เช่น ไปรษณีย์ไทย, เคาน์เตอร์เซอร์วิส, ทรู มันนี่, ไทยสมาร์ทคาร์ด, บลูเพย์, พระยาเพย์ แรบบิท ไลน์ เพย์ และสตาร์ทอัพในข่ายฟินเทคอื่นๆ

การที่ผู้เล่นในธุรกิจนี้มีมากขึ้นตามลำดับ นั่นเพราะแนวโน้มการขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทย เฉลี่ยเติบโตที่ 10% ทุกปี จากรายงาน สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) เปิดเผยถึงมูลค่าตลาดรวมปี 2558 ที่ 2.24 ล้านล้านบาท เติบโต 14% ปี 2559 เพิ่มเป็น 2.56 ล้านล้านบาท เติบโต 9.86% ปี 2560 คาดการณ์ตัวเลขที่ 2.81 ล้านล้านบาท

Alipay บริการรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ โดย กลุ่มแอนท์ ไฟแนนเชียล เซอร์วิสเซส (Ant Financial Service Group) เครือข่ายธุรกิจใต้ร่มอาลีบาบา ซึ่งมีผู้ใช้บริการทั่วโลกกว่า 520 ล้านคน ก็เริ่มเข้ามาเป็นอีกทางเลือกให้กับนักชอปออนไลน์ชาวไทยผ่านหลากหลายช่องทางมากขึ้นๆ

แม้ในธุรกิจนี้อาลีบาบา จะไม่ได้เข้ามาจัดตั้งบริษัทลูกผ่านการขอนุญาติกับทางธนาคารแห่งประเทศไทย แต่การส่งสัญญาณเปิดเกมรุกหนักหน่วง ก็เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2559 เรื่อยมา ด้วยการจับมือเป็นพันธมิตรกับหลายธุรกิจ ครอบคลุมทั้งกลุ่มเว็บไซต์ชอปปิ้ง ธนาคาร นันแบงก์ ร้านค้าปลอดภาษี ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม ที่พัก ร้านอาหารต่างๆ รวมไปถึงยังสามารถชำระค่าบริการบนแอพพลิเคชั่นแท็กซี่ได้ด้วย ซึ่งเป้าหมายของอาลี เพย์ ในปี 2561 จะปูพรมรองรับบริการ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่คุ้นชินกับระบบชำระเงินนี้ดีอยู่แล้ว ได้ไม่น้อยกว่า 10,000 จุดทั่วไทย

แพลตฟอร์มท่องเที่ยว

fliggy/SMEmestyle

เครดิตภาพ : fliggy

อีกหนึ่งแพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยวของอาลีบาบา เดิมทีใช้ชื่อ Alitrip.com ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น  Fliggy.com ในช่วงเดือนธันวาคมปี 2016

เหตุที่เปลี่ยนมาใช้ชื่อ ฟริกกี้ หรือชาวจีนเรียกกันว่า “เฟยจู” ทั้งยังใช้สัญลักษณ์ใหม่หมูบิน สีสันสดใส มีชีวิตชีวา ทางหนึ่งเพื่อสะท้อนถึงลักษณะธุรกิจการเดินทางท่องเที่ยว อีกทางก็เพราะมุ่งจับกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ เจนเนอเรชั่น X และ Z เป็นสำคัญ

การนำเสนอของเว็บ Fliggy.com ก็คล้ายๆกับแพล็ตฟอร์มท่องเที่ยวทั่วไป บริการรับจองตั๋วเครื่องบิน รถไฟ โรงแรมห้องพัก รถเช่า แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว โปรโมชั่นพิเศษช่วงวันธรรมดาและวันหยุดสุดสัปดาห์ ครอบคลุมทั้งในจีน ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน และแน่นอนว่า Alipay ก็จะเข้ามารองรับระบบชำระเงิน

ส่วน MOU อีกฉบับ ด้านความร่วมมือของอาลีบาบากับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็อาจใช้ฐานข้อมูลของเว็บ Thailand Tourism Directory.com ที่ททท.เพิ่งพัฒนาขึ้นในช่วงต้นปี 2561ซึ่งได้รวบรวมแหล่งท่องเที่ยวมาตรฐาน กิจกรรมการท่องเที่ยว เส้นทางท่องเที่ยว และที่พักแนะนำ เสริมเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์มดิจิทัลของ Fliggy เชื่อว่าน่าจะเพิ่มเติมระบบจำหน่ายตั๋วเครื่องบิน คืนเงินภาษีให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงระบบรับชำระเงิน Alipay ไว้ด้วยเช่นกัน เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ไปสู่กลุ่มเป้าหมายชาวจีนในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

วิทยาลัยธุรกิจอาลีบาบา

แจ็ค หม่า เสริมทักษะอีคอมเมิร์ซให้กับนักธุรกิจรุ่นใหม่ ที่กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา ในฐานะที่ปรึกษาพิเศษอังก์ถัด (เครดิตภาพ : UNCTAD)

ความร่วมมือของอาลีบาบา ยังจะนำโนว์ฮาวน์ด้านดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซมาถ่ายทอดให้กับผู้ประกอบการ SME และชุมชนท้องถิ่น เพื่อเสริมทักษะ พัฒนาขีดความสามารถด้านการค้าขายบนโลกออนไลน์ ด้วยองค์ความรู้จาก วิทยาลัยธุรกิจอาลีบาบา หรือ Alibaba Business School (ABS) โดยสถาบันแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองหางโจว ศูนย์กลางธุรกิจอันเป็นจุดกำเนิดของอาลีบาบานั่นเอง

ด้วยความที่แจ็ค หม่านั้น เคยเป็นครูสอนภาษาอังกฤษมาก่อน เมื่อผันตัวมาเป็นนักธุรกิจแล้ว แต่เขาก็ยังให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษา จึงจับมือกับ มหาวิทยาลัย หางโจว นอร์มอล (Hangzhou Normal University) เพื่อจัดตั้ง ABS วัตถุประสงค์ก็เพื่อ ปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนด้านรูปแบบธุรกิจเดิมๆ ไปสู่โมเดลธุรกิจยุคดิจิทัล สอนผู้ประกอบการทำธุรกิจในโลกใหม่ที่ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นกลไกสำคัญ และสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่ขึ้นมา โดยมีตัวเขาเองเป็นต้นแบบ

โดยวิทยาลัย ABS เปิดสอนทั้งหลักสูตรปริญญาตรีและปริญญาโท ในสาขา E-Commerce, International Business, Marketing (Digital Marketing) และ Logistics ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่อาลีบาบามีความเชี่ยวชาญ และบ่อยครั้ง แจ็ค หม่า ก็จะมาเป็นผู้บรรยายด้วยตัวเอง ทำให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรงจากผู้ประสบความสำเร็จจริง

นอกจากนี้  ABS ได้ขยายองค์ความรู้การทำธุรกิจไร้พรมแดนมายังภูมิภาคอาเซียน เปิดสำนักงานในสิงคโปร์ และเปิดหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรในหลายประเทศ เช่นเดียวกับในไทยได้จับมือกับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดการเรียนการสอนมาตั้งแต่ปี 2559 ในรูปแบบประกาศนียบัตร หลักสูตรระยะสั้น ฝึกอบรมด้านอีคอมเมิร์ซ ตลอดจนการไปศึกษาดูงานที่บริษัทแม่อาลีบาบา ที่เมืองหางโจว

ไม่เท่านั้น ABS ยังได้รับความไว้วางใจจาก การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรืออังก์ถัด (United Nations Conference on Trade and Development : UNCTAD) และแจ็ค หม่า ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาพิเศษ เปิดการอบรมผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากทั่วโลก เพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจการทำธุรกิจ E-Commerce ที่กำลังเป็นหัวหอกกระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานราก

กล่าวโดยสรุป การเข้ามาปักหมุดของพญามังกรอาลีบาบาในไทย ปฏิเสธไม่ได้ว่าย่อมเป็นเรื่องที่ดีและตรงกันข้ามในเวลาเดียวกัน เพราะคงไม่มีใครได้และเสียไปทั้งหมด ไม่ว่าจะระดับใดก็ตาม

คงมีแค่สองทางเลือกเท่านั้นว่า เราจะเดินไปทีละก้าว หรือก้าวกระโดดดีล่ะ?

TWC/SMEmestyle

เรื่อง : TWC                                         ผู้ยึดงานเขียนข่าว เขียนบทความ และเขียนหนังสือเป็นอาชีพ เพราะค้าขายไม่สันทัด ไม่จัดเจนทำธุรกิจ คงมีเพียงทักษะด้านนี้ ที่ทำได้ดีสุดแล้ว

 

Previous post

ประกวดไอเดีย “ร้านเนื้อย่างในฝัน”

Next post

Kouen ‘Affordable Luxury Sushi Bar’ คุณค่าที่คู่ควร

  • No Comment

    Leave a reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *

    13 − 10 =