Highlight

อัพเดทมาตรการ ช่วยผู้ประสบภัย ‘ปาบึก’

ผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤตไปแล้วสำหรับพื้นที่ภาคใต้ของไทย ที่ต้องรับมือกับมหันตภัยทางธรรมชาติพายุโซนร้อน “ปาบึก”

แม้ระดับความรุนแรงของพายุลูกนี้จะไม่หนักหน่วงมากนัก แต่ก็สร้างความเสียหายให้กับอาคารบ้านเรือน ร้านค้า โรงงาน และเรือกสวนไร่นา เป็นวงกว้าง

หลายฝ่ายประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมทิศทางใกล้เคียงกันว่า ภาคการเกษตร การท่องเที่ยว และงานบริการ จะได้รับผลกระทบในระยะเวลาสั้นๆ ในช่วงไตรมาสแรกของปี คาดการณ์ว่าพายุปาบึกจะทิ้งร่อยรอยความบอบช้ำไว้ในระดับ 3,000 – 5,000 ล้านบาท

แน่นอนว่า หลังจากนี้ไป คือ การเร่งฟื้นฟู เยียวยา ซ่อมสร้างถนนหนทาง สะพาน โรงเรียน สถานพยาบาล สถานที่ราชการ ตลอดจนอาคารบ้านเรือนของประชาชนและผู้ประกอบการใน 18 จังหวัด กว่า 2 แสนครัวเรือน ที่ได้รับผลกระทบมากน้อยต่างกันไป โดยมีหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ต่างพร้อมใจกันเข้ามาช่วยเหลือผ่านหลากหลายมาตรการ

กระทรวงอุตฯ ผุดแพ็กเกจ “ทำทันที”

Cr.-ศูนย์รวมข่าวสุราษฎร์ธานี

ต้องยอมรับว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เข้ามาช่วยเหลือ เยียวยา ได้อย่างรวดเร็ว ทันท่วงที สะท้อนจากการคลอดชุดมาตรการ “ทำทันที” ให้กับหน่วยงานภายใต้สังกัด นำไปปฏิบัติ แบ่งออกเป็น

  • กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) จะออกประกาศ ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี 5 ปีให้กับโรงงานที่ได้รับความเสียหาย ทั้งยังจะร่วมกับ Big Brother นำเครื่องจักรขนาดใหญ่ลงพื้นที่ช่วยทำความสะอาดสถานประกอบการ และร่วมมือกับผู้ประกอบการค่ายรถยนต์/รถจักรยานยนต์ทุกค่าย เปิดศูนย์บริการซ่อมแซมตรวจเช็คเครื่องยนต์ให้กับเจ้าของรถยนต์/รถจักรยานยนต์ของพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปทุกพื้นที่
  • ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME Bank จะประกาศ พักชำระหนี้ให้กับลูกค้าที่ได้รับความเสียหายวงเงินประมาณ 3,200 ล้านบาท ซึ่งจะทำการสำรวจอย่างละเอียดและมีวงเงินเพิ่มให้เป็นเงินทุนหมุนเวียนอีก รายละ 1-5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 0.415 ต่อเดือน
  • กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จะมีเงินกู้ฉุกเฉิน 50,000 ถึง 200,000 บาท ปรับลดดอกเบี้ยจาก 4% เหลือ 1% ต่อปี เตรียมวงเงินไว้ 30 ล้านบาท
  • กองทุนฟื้นฟูเอสเอ็มอี จากสสว. จะมีมาตรการยืดชำระหนี้ออกไปนาน 6 เดือน เป็นต้น

นอกจากนี้ จะมีมาตรการต่อเนื่อง  ได้แก่ การช่วยเหลือด้านการตลาดให้ผู้ประกอบการกลับมาจำหน่ายสินค้าและบริการให้มีรายได้เพิ่มขึ้นโดยสสว.มีช่องทางการตลาดสนับสนุนทั้งปกติและตลาดออนไลน์หลายเครือข่าย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจะส่งผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ลงพื้นที่ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำผู้ประกอบการทั้งวิสาหกิจชุมชนและเอสเอ็มอี  รวมทั้งจะมีการพิจารณานำเงินทุนจากกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐที่เหลืออยู่จำนวนหนึ่งมาปรับใช้ปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการที่จำเป็นต้องลงทุนปรับปรุงสถานประกอบการโดยจะกำหนดเงื่อนไขผ่อนปรนพิเศษ

“ทุกมาตรการจะลงมือทำทันที โดยมุ่งซ่อมสร้างฟื้นฟูคืนความเป็นอยู่ปกติให้เร็วที่สุดแก่พี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการทุกระดับตั้งแต่โรงงานไปจนถึงเอสเอ็มอีคนตัวเล็กและวิสาหกิจชุมชน  ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินเครื่องนำมาตรการเหล่านี้ลงไปช่วยเหลือให้ถึงมือแก่ผู้ประสบภัยในทุกพื้นที่โดยเร็วและรายงานผลให้ผมทราบเป็นระยะ โดยงานนี้ผมได้มอบหมายให้ท่านปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นแม่งานใหญ่นำพาความปรารถนาดีและความห่วงใยจากกระทรวงอุตสาหกรรมไปช่วยเหลือแก่พี่น้องและผู้ประกอบการชาวใต้ทุกคน” อุตตม สาวนายน เจ้ากระทรวงอุตสาหกรรม ระบุ

กระทรวงพาณิชย์ จัดโครงการ “ซับน้ำตา”

Cr.-TPBS

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้พิจารณามาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุ ปาบึก ในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา และชุมพร เบื้องต้นมาตรการช่วยเหลือที่สามารถดำเนินการในทันที ประกอบด้วย

  • ประสานผู้ผลิต ผู้ประกอบการรายใหญ่ ให้ช่วยบริจาคสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ เช่น ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันพืช ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมทั้งสินค้าวัสดุก่อสร้าง เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย
  • ประสานผู้ผลิต ห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกค้าส่ง ให้ส่งสินค้าเข้าพื้นที่ทันที เพื่อไม่ให้สินค้าขาดแคลน
  • ประสานผู้ผลิต ทั้งกระเบื้องมุงหลังคา อุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านเรือน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่างๆ ให้เร่งผลิตและจัดส่งสินค้าราคาพิเศษ รวมทั้งประสานห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกค้าส่ง ให้จำหน่ายสินค้าในราคาพิเศษ เพื่อช่วยลดภาระให้กับผู้ประสบภัยที่จะซื้อสินค้าไปดูแลและทำความสะอาดบ้านเรือน ล่าสุดได้รับความร่วมมือจากเครือบริษัท SCG ที่จะจำหน่ายกระเบื้องมุงหลังคาให้ราคาพิเศษ และคาดว่าจะมีผู้ผลิตรายอื่นๆ เข้าร่วมต่อไป

ขณะเดียวกัน จะจัดมหกรรม ซับน้ำตา เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรนำสินค้าทางการเกษตรที่ยังเหลืออยู่ หรือผู้ประกอบการชุมชนนำสินค้าที่ผลิตได้ และยังมีอยู่ มาจัดจำหน่าย โดยจะประสานจัดพื้นที่จำหน่ายในกรุงเทพฯ เพื่อให้ประชาชนได้ช่วยซื้อ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ผลิตสินค้าชุมชน ผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ประสบภัย รวมทั้งจะประสานห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกค้าส่งในพื้นที่ เปิดพื้นที่จำหน่าย เพื่อให้ผู้ประสบภัยนำสินค้ามาวางจำหน่าย และประสานตลาดกลาง ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ให้นำสินค้าไปจำหน่าย เพื่อเพิ่มรายได้อย่างเร่งด่วนอีกทางหนึ่ง

ธกส.-ออมสิน จัดงบพันล้านบรรเทา

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้าประชาชนที่ประสบอุทกภัย รวมถึงมาตรการฟื้นฟูภายหลังน้ำลดระดับลง จากผลกระทบของอิทธิพลพายุโซนร้อนปาปึก โดยเตรียมวงเงิน  1 พันล้านบาท จัดทำ โครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2562” โดยธนาคารจะพิจารณาตามระดับความเสียหาย ซึ่งมีรายละเอียดประกอบด้วย

มาตรการที่ 1 สำหรับลูกค้าเดิมของ ธอส. กรณีหลักประกัน (ที่อยู่อาศัยที่จดจำนองกับธนาคาร) ของตัวเองหรือคู่สมรสได้รับความเสียหายจากการประสบอุทกภัยสามารถขอลดอัตราดอกเบี้ยและเงินงวดผ่อนชำระ เดือนที่ 1-4 อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เดือนที่ 5-16 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.50% ต่อปี เดือนที่ 17-24 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.00% ต่อปี ปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี และปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญาเงินกู้กรณีลูกค้าสวัสดิการ ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี กรณีกู้เพื่อชำระหนี้หรือซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกฯ ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. อยู่ที่ 6.75% ต่อปี)

มาตรการที่ 2 สำหรับลูกค้าใหม่ หรือลูกค้าเดิมของ ธอส. ที่หลักประกันของตนเองหรือคู่สมรสได้รับความเสียหายจากการประสบอุทกภัย สามารถขอกู้เพิ่ม หรือกู้ใหม่ เพื่อปลูกสร้างอาคารทดแทนหลังเดิม หรือกู้ซ่อมแซมอาคารที่ได้รับความเสียหาย คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คงที่ 3.00% ต่อปี นาน 3 ปี หลังจากนั้น กรณีลูกค้าสวัสดิการ คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี ส่วนลูกค้ารายย่อย คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-0.50% ต่อปี

สำหรับผู้ที่ต้องการยื่นกู้ตามมาตรการที่ 2 ธนาคารกำหนดวงเงินให้กู้ต่อรายไม่เกิน 1 ล้านบาท ต่อ 1 หลักประกัน และยกเว้นค่าธรรมเนียมในรายการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ค่าตรวจสอบหลักประกัน ค่าประเมินราคาหลักประกัน ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ ค่าธรรมเนียมการขอเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และค่าธรรมเนียมการขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการกู้

มาตรการที่ 3 ลูกหนี้ที่หลักประกันได้รับความเสียหาย และกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ ให้ลูกหนี้ประนอมหนี้ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี 4 เดือน คิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 4 เดือนแรกโดยไม่ต้องชำระเงินงวด จากนั้นเดือนที่ 5-16 อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี โดยให้ผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน และเมื่อครบระยะเวลาประนอมหนี้ ให้ลูกหนี้กลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้

มาตรการที่ 4 ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ ให้ประนอมหนี้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี โดยให้ผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน และเมื่อครบระยะเวลาประนอมหนี้ ให้ลูกหนี้กลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้ มาตรการที่ 5 ลูกหนี้ที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร ให้ผ่อนชำระโดยใช้อัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปีตลอดระยะเวลาที่คงเหลือตามสัญญากู้ และมาตรการที่ 6 กรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลังและไม่สามารถซ่อมแซมได้ ให้ปลอดหนี้ในส่วนของราคาอาคาร และให้ผ่อนชำระต่อเฉพาะในส่วนของที่ดินที่คงเหลือเท่านั้น

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า จากเหตุภัยธรรมชาติพายุโซนร้อนปาบึกที่ทำให้พื้นที่หลายจังหวัดในภาคใต้ของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของประชาชนตลอดจนลูกค้าของธนาคารออมสิน ธนาคารฯ มีความห่วงใยผู้ที่ได้รับผลกระทบ จึงมีมาตรการบรรเทาช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อทุกประเภทของธนาคารฯ โดยพื้นที่ใดที่ทางราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัย และเป็นบุคคลที่มีที่พักอาศัยหรือสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบเสียหาย ส่งผลให้รายได้ลดลง ตลอดจนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น สามารถพักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยได้เป็นระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งเมื่อครบกำหนดแล้ว ให้พักชำระเงินต้นได้อีก 2-3 ปี โดยในระหว่างพักชำระเงินต้น ให้ชำระเฉพาะส่วนที่เป็นดอกเบี้ยรายเดือน 50-100% ของดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น โดยเงื่อนไขการพักชำระหนี้หรือการผ่อนชำระหนี้ดังกล่าว จะพิจารณาตามความรุนแรงหรือผลกระทบที่ลูกค้าได้รับ

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่จะร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุโซนร้อนปาบึก ก็ควรพิจารณาหน่วยงานที่เป็นทางการ เช่น

  • บัญชี กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรี Disaster Relief Fund.” ธนาคารกรุงไทย เลขบัญชี 067-006-8950
  • บัญชี “หอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช” ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เลขบัญชี 390-120-0577
  • บัญชี “ราชภัฏนครฯ รวมใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย” ธนาคารกรุงไทย เลขบัญชี 816-073-7181

ส่วนผู้ที่ประสงค์จะบริจาคสิ่งของ ข้าวสาร อาหารแห้ง ยา และเวชภัณฑ์ สามารถบริจาคได้โดยตรงที่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสบภัย หรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

ไพรีทรีน-ไพรีทรอยด์/SMEmestyle
Previous post

ภาวะ ‘ไพรีทริน-ไพรีทรอยด์’ เป็นพิษในแมว

Next post

ผุด dotlife เฟลกชิปสโตร์สุดล้ำ

  • No Comment

    Leave a reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *

    18 − 18 =