Review

สัมผัส KAWAGUCHIKO เช็คอินที่ MUSIC FOREST และชมเทศกาล SHIBA-SAKURA EP.2

กลับมาอีกครั้งกับ Ep.2 นะคะ สำหรับตอนที่แล้ว เราพาเพื่อนๆ ไปขึ้น Ropeway เพื่อชมความงดงามของภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาไฟที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น รวมถึงเป็นศูนย์รวมความเชื่อทางด้านจิตวิญญาณคนญี่ปุ่นมาตั้งแต่โบราณ เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดงานศิลปะและบทกวีชิ้นเอกมากมาย จนได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกจาก UNESCO กันมาแล้ว คราวนี้เราขอพาไปเที่ยวต่อแบบไม่ให้เสียเวลากันเลย

แหม ก็มาถึงที่แล้ว ท้องฟ้าแจ่มใส ก็ต้องจัดเต็มแบบนี้แหละ ลุย!

Kawaguchiko Music Forest

Kawaguchiko Music Forest หรือ Kawaguchiko Orgel no Mori เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในบริเวณทะเลสาป Kawaguchiko อยู่ตรงสถานีที่ 16 ของ Retro Bus จุดเด่นก็คือการยกหมู่บ้านแบบยุโรปมาวางไว้ข้างๆ วิวภูเขาไฟฟูจิ พร้อมมีเครื่องดนตรีบรรเลงอัตโนมัติแนวย้อนยุค ขอบอกว่าฟิน

คาวากูจิโกะ/SMEmestyle

บรรยากาศหน้ารั้ว เจอแบบนี้ก็แสดงว่าถึงแล้วล่ะ! ได้อารมณ์แบบยุโรปตั้งแต่ยืนอยู่ข้างหน้าเลย

คาวากูจิโกะ/SMEmestyle

พอเดินเข้ามาเรื่อยๆ ก็จะมีจุดที่ซื้อตั๋ว ราคาค่าเข้าก็แพงประมาณนึง ป้ายราคามีภาษาไทยด้วยแหละ พูดถึงราคาตอนเห็นก็ถึงกับปาดเหงื่อไปเหมือนกันนะ (เราไม่ได้ทำการบ้านไปก่อน แค่เห็นว่าถ่ายรูปสวยก็อยากไป ฮ่าๆ) แต่ว่าถ้าเทียบกับการได้ชมเครื่องดนตรีเก่าๆ แสนคลาสสิคและวิวถ่ายรูปที่สวยจนลืมหายใจ ก็ถือว่าคุ้มละนะ

คาวากูจิโกะ/SMEmestyle

แต่พอเข้ามาแล้วลืมไปเลยว่าเสียไปตั้ง 1,500 เยน หรือราวๆ 500 บาท ฮ่าๆ สวยมาก อากาศดีมาก และดีงามมากกกกกกก เห็นยอดฟูจิซังแอบอยู่ข้างหลังด้วยแหละ

โชคร้ายที่เราต้องทำเวลาหน่อยเพราะไปกันหลายที่เลยไม่ได้เข้าไปชมเครื่องดนตรีสวยๆ ข้างใน ได้แต่ชมแต่ตัวบ้านด้านนอก เลยขอเอารูปและข้อมูลจาก Website ของโซนของการจัดแสดงต่างๆ ของ Music Forest โดยตรงมาให้ชมกันละนะ

คาวากูจิโกะ/SMEmestyle

แผนที่ใน Music Forest –  Cr. http://fuji.kawaguchikomusicforest.jp/

โดยที่นี่เค้าจะเหมือนกับพิพิธภัณฑ์ผสมกับ Theme Park มีการจัดแสดงโชว์เครื่องดนตรีโบราณมากมายที่สร้างมาเพื่อที่จะไปเล่นบนเรือไททานิค แต่กลับไม่ได้นำขึ้นไปตามที่วางแผนไว้เพราะถูกยกเลิกก่อนจะถูกติดตั้ง จึงยกมาวางไว้ให้นักท่องเที่ยวชมที่นี่! นอกจากนั้นยังมีเปียโนและไวโอลินจะเล่นเองโดยอัตโนมัติ เค้าใช้เวลากว่า 250 ปี ที่จะพัฒนาไวโอลินที่สามารถเล่นเองได้นี้มา โดยเพื่อนๆ สามารถเข้าไปชมได้ที่โซน Great Hall

คาวากูจิโกะ/SMEmestyle

Cr. http://fuji.kawaguchikomusicforest.jp

อีกโซนหนึ่งที่มีสีสันไม่แพ้กันเลยคือโซน History Hall ที่จะมีการจัดแสดงเครื่องดนตรีที่นำเข้ามาจากอเมริกาและตุ๊กตาที่นำเข้ามาจากยุโรป สามารถขยับได้ ตกแต่งอย่างงดงามและคลาสสิคแบบยุโรปสมัยเก่า สวยงามอลังการที่สุด

คาวากูจิโกะ/SMEmestyle

Cr. http://fuji.kawaguchikomusicforest.jp

อีกส่วนหนึ่งจะเป็นโซน Organ Hall ซึ่งเป็นโซนที่จัดแสดงเครื่อง Organ ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ประกอบด้วยเหล่าตุ๊กตามากมายที่จะแสดงประกอบดนตรีออเคสตร้าให้เราชมกัน โดยเครื่อง Organ นี้มีความสูงกว่า 5 เมตรและกว้าง 30 เมตร ถูกสร้างที่เบลเยี่ยมในปี 1920 ซึ่งจะเล่นโดยอัตโนมัติให้เราฟังเช่นกัน ในส่วนของเครื่องดนตรีอื่นๆ ก็มีให้ชมเหมือนกัน เช่น  Limonaire, Gavioli และ street organs จากฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 20

คาวากูจิโกะ/SMEmestyle

Cr. http://fuji.kawaguchikomusicforest.jp

สำหรับโซนด้านนอกนั้น ขอบอกว่าแสงดีและถ่ายรูปสวยมากๆ คล้ายบรรยากาศหมู่บ้านในยุโรปประมาณนั้นเลย เราว่ามันสวยและคุ้มค่ามากๆ เลยล่ะ สำหรับเพื่อนๆ ที่เลือกจะมาเที่ยวที่นี่ ขนชุดที่เริ่ดที่สุดมาได้เลย เพราะถ่ายรูปคุ้มมาก ถ้าวันไหนมาไม่เจอฟูจิซัง ก็ยังถ่ายรูปสวยอ่ะ

ความน่ารักอีกอย่างของที่นี้คือ เค้าจะมีเครื่องดนตรีเล็กๆ ตั้งอยู่ระหว่างทางเดิน ให้เด็กๆ ลองเล่นกัน ทั้งระฆัง ทั้งแก้ว ทั้งกลอง เราว่าสำหรับผู้ที่เอาน้องไปด้วย พามาที่นี่น่าจะมีความสุข มีกิจกรรมให้เล่นเยอะแยะ น้องไม่เบื่อแน่นอน

คาวากูจิโกะ/SMEmestyle

ทันใดนั้นเอง เราก็เดินหลงทางไปทางด้านหลังของ Music Forest (แนะนำว่าให้หยิบแผนที่และดูแผนที่ด้วยนะ เหมือนจะไม่กว้าง แต่เส้นทางสลับซับซ้อนมาก ร้องไห้ให้กับความเซ่อของตัวเอง) และก็พบกับความจริงที่ว่า มีวิวฟูจิซังที่สวยมากๆ ซ่อนอยู่!

คาวากูจิโกะ/SMEmestyle

คือจริงๆ ตรงนี้สามารถชมได้โดยไม่ต้องเสียเงินนะคะ โดยเค้าจะเป็นทางเดินรอบๆ ทะเลสาป ซึ่งสามารถปั่นจักรยานได้ด้วยแหละ เรายังแอบคิดอยู่ว่าถ้ามีเวลาเยอะๆ อยากจะชวนคนรู้ใจมาขี่จักรยานเล่นบ้าง โรแมนติกใช่ย่อยเลยล่ะ ยังไม่พอนะ ใครที่ชอบสะพาน ก็มีสะพานให้ถ่ายรูปคู่กับฟูจิซังด้วย โอ้ยยย ฟิน ฟิน ฟินมากๆ เลยค่ะ ทริปนี้

คาวากูจิโกะ/SMEmestyle

ฟืดๆ (เสียงสูดหายใจรับอากาศบริสุทธิ์)

ถ้าชมวิวตรงนี้จนหนำใจแล้ว สามารถเดินกลับเข้าไปเที่ยวต่อใน Music Forest ได้นะคะ ไม่ต้องกลัวว่าออกมาแล้วจะเข้าไม่ได้นะ เพราะฉะนั้นลองเดินเลยออกมาตรงนี้ดู แล้วจะพบความวิวอีกมุมหนึ่งที่สวยไม่แพ้จุดอื่นเลยล่ะ

การเดินทาง: ลงสถานีที่ 16 ของรถ Retro Bus เส้น Omni Bus Red Line

ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 1,500 เยนและ นักเรียน/นักศึกษา 1,100 เยน และเด็ก 800 เยน (ถ้ามาเป็นกลุ่มจะมีส่วนลด)

เวลาทำการ: 9:00 น. ถึง 17:30 น.

ที่อยู่: Japan, 〒401-0304 Yamanashi Prefecture, Minamitsuru District, Fujikawaguchiko, Kawaguchi, 3077-20

Fuji Shibazakura festival

ขอพาออกนอกเส้นทางรถ Metro Bus มาเจอกับไฮไลท์ของการมาเที่ยว Kawaguchiko ในครั้งนี้ ก็คือการมาชม เทศกาลดอก Pink Moss หรือ Shibazakura (สามารถเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า moss phlox) นั่นเองค่ะ เอาวะ ไม่ได้ดูซากุระ แต่ขอดูชิบะซากุระละกัน!

คาวากูจิโกะ/SMEmestyle

ก่อนจะเข้าชม มาซื้อตั๋วที่ตู้ขายตั๋วกันก่อนค่ะ ผู้ใหญ่ 550 เยน เด็ก 230 เยน

โดยดอก Pink Moss หรือ Shibazakura นั้นจะบานในช่วงเดือนเมษายนจนถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี ถ้าเลือกได้มาตอนช่วงนี้ของปี แม้อาจจะไม่ทันชมซากุระ ก็จะได้เจอน้อง Pink Moss สีชมพูฟรุ้งฟริ้งจำนวนกว่า 800,000 ต้นแทน ซึ่งสวยงามไม่แพ้กันเลยน๊า โดยดอก Pink Moss เค้าจะบานครอบคลุมพื้นที่กว่า 2.4 เฮคเตอร์ ใกล้กับทะเลสาป Motosuko เพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น

ดอก Pink Moss เค้าจะขึ้นติดกันแน่นๆ เหมือนกับพรมสีชมพู พอตัดกับภูเขาไฟฟูจิสีน้ำเงินหม่นๆ ก็จะเกิดเป็นภูมิทัศน์ที่แค่จินตนาการก็ฟินแล้วละ

คาวากูจิโกะ/SMEmestyle

ดอก Pink Moss หรือ Shibazakura (สามารถเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า moss phlox) เป็นดอกไม้ในตระกูล Polemoniaceae แต่เดิมพบมากในภาคตะวันออกและภาคกลางของประเทศอเมริกา ดอก Pink Moss มีรูปร่างที่คล้ายกับดอกซากุระมากๆ ตรงที่เค้ามี 5 กลีบเหมือนกัน เค้าจะโตไวมากๆ ในช่วงปลายฤดูหนาว ตอนที่อากาศเริ่มอุ่นขึ้น และขึ้นแน่นๆ เหมือนสนามหญ้า มีทั้งสีแดงสด ม่วงสด ฟ้า แดงหรือสีชมพู

แต่หากมาในช่วงเดือนพฤษภาคมแบบเรา อาจจะมีให้เห็นน้อยหน่อย แต่ก็ยังฟินอยู่ดี

คาวากูจิโกะ/SMEmestyle

สำหรับรูปนี้ ดูเกินจริงซะจนเหมือนเอารูปวิวในเน็ตมาตัดแปะรูปตัวเองลงไป แต่ขอบอกว่าของจริงนะจ๊ะ

อยากจะบอกว่าแม้อากาศจะดูเย็นสบาย แต่ก็ร้อนอยู่เหมือนกันนะ หากเลือกมาเที่ยวที่ทุ่งดอก Pink Moss แล้ว เราว่าเป็นวันที่เหมาะกับการหยิบเสื้อผ้าออกแนวหน้าร้อน พริ้วๆ ไปกับสายลมมาใส่มากๆ ได้เวลาเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ใหม่ซะแล้วสิ อิอิ

เพื่อนๆ หลายคนที่ยังลังเลอยู่ว่าจะคุ้มกับการเดินทางจากสถานี Kawaguchigo มากว่า 30 นาทีมั้ย เราบอกเลยว่าควรมากมาก! อย่าลืมนะคะว่าทั้งปีเค้าจะบานเพียงแค่ช่วงเดียว ยิ่งในวันที่ฟ้าเปิด เห็นฟูจิซัง ขอบอกว่าพลาดไม่ได้เลยนะ

คาวากูจิโกะ/SMEmestyle

การเดินทาง: นั่งรถ Shibazakura Liner จากสถานี Kawagushiko หรือจะโดยสารระ Bus จากในเมือง (Tokyo หรือ Shibuya) เข้ามาก็ได้ โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.shibazakura.jp/thai/access/

ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 550 เยน เด็ก 230 เยน (ถ้านำรถมามีค่าที่จอดรถ)

เวลาทำการ: 8:00 น. ถึง 17:00 น.

ที่อยู่: Japan, 〒401-0337 Yamanashi Prefecture, Minamitsuru District, Fujikawaguchiko, Motosu, 212

เที่ยวกันมาทั้งวันแล้ว เริ่มหิวหรือยัง?

ขอปิดท้ายด้วยอาหารจานเด็ดที่มา Kawaguchiko แล้วต้องลองทานกันดูนะคะ นั่นก็คือ Houtou หรือ โฮโต (ほうとう) นั่นเอง

โฮโตเป็นอาหารท้องถิ่นของจังหวัด Yamanashi มีประวัติยาวนาน เป็นเส้นอุด้งแบนๆ เหนียวหนึบทำจากแป้งสาลี ต้มในน้ำซุปมิโซะกลิ่นหอมและรสชาติเข้มข้น พร้อมด้วยเครื่องอย่างฟักทอง แครอท และเห็ดโคนญี่ปุ่น (เห็ดโคนยานางิ) สามารถพบได้ที่ร้านอาหารหลายๆ ร้านรอบๆ Kawagushiko เลย รสชาติก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่นัก แต่ร้านที่ดังที่สุด ก็เห็นจะเป็นร้าน Houtou Fudou ที่อยู่ตรงข้ามกับสถานี Kawaguchiko

แต่จริงๆ แล้วร้านนี้มี 4 สาขารอบๆ ทะเลสาป Kawagushiko สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Website นี้ http://www.houtou-fudou.jp/english.html

แต่สำหรับเรา เลือกเอาที่เป็นทางผ่านละกัน หวยก็เลยมาตกอยู่ที่ร้านนี้ Tsumiya (食事処 つじや) ซึ่งได้ 3 ดาวจาก Tabelog จิ้ม Link นี้ไปโลด https://tabelog.com/en/yamanashi/A1903/A190303/19001005/

คาวากูจิโกะ/SMEmestyle

นายแบบกิตติมศักดิ์ของเราหิวมากจนไม่สนใจจะหลบกล้องเท่าไหร่

เท่าที่อ่านรีวิวมา เพื่อนหลายๆ คนบอกว่าไม่อร่อย จืด แต่ต้องทานเพราะว่าที่นี้มีอยู่อย่างเดียว แต่สำหรับเรา ว่าดีงามและอร่อยอยู่นะ สำหรับผู้ที่ทานมังสวิรัติหรือชอบทานผัก จานนี้เหมาะเลย รสชาติเค้าจะกลมกล่อมและเค็มนิดหน่อยจากมิโซะ ซดร้อนๆ เส้นหนึบๆ พูดถึงตอนนี้ยังอยากกลับไปทานเลย

คาวากูจิโกะ/SMEmestyle

หิวมาก ขอกินก่อนล่ะ!

แต่ถ้าเพื่อนๆมองว่านี้ไม่ใช่ทาง สามารถไปกินแกงกะหรี่ JAPANESE RESTAURANT Mt.Fuji View’ อยู่ใกล้ๆ โรงแรม Kawaguchiko Station Inn ตรงข้ามสถานี Kawaguchigo ก็ได้นะคะ ดีงามอยู่เหมือนกัน

ญี่ปุ่นเป็นประเทศในเอเชียที่มีธรรมชาติสวยงาม ผู้คนน่ารักและพร้อมจะช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเสมอด้วยความเต็มใจ หากเพื่อนๆ เลือกไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหลงทางค่ะ ลองถามทาง ลองหลงทาง ลองเดินทางไปในที่ที่เราไม่รู้จัก ในท่ามกลางผู้คนที่ไม่รู้จักเรา เราว่ามันเป็นประสบการณ์ที่มีสีสันน่าจดจำมากเลยทีเดียว หากมีโอกาส เราไม่ลังเลใจที่จะจัดทริปมันส์ๆ แบบนี้อีกแน่นอน

คราวหน้า เราจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวที่ไหนอีกในญี่ปุ่น มาติดตามกันนะ จุ้บๆ

เรื่อง/ภาพ : ไพรินทร์ กันสุวิโร                     นักกินตัวยง ที่มี Passion ด้านอาหาร เวลาว่างชอบอ่านและชอบถ่ายทอดประสบการณ์ต่างๆ ออกมาเป็นตัวหนังสือ

 

Lush Cosmetics/SMEmestyle
Previous post

Pakaging-Free สินค้าดีไร้การห่อหุ้ม

อาหารจานยักษ์/SMEmestyle
Next post

เล็กๆไม่ ใหญ่ๆทำ คนซื้อ-คนขายเปรมปรีดิ์

  • No Comment

    Leave a reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *

    12 + six =