PARTNER CONTENT

ภาวะ ‘ไพรีทริน-ไพรีทรอยด์’ เป็นพิษในแมว

โดย : ดร. เฮเธอร์ แฮนด์เลย์ (Dr. Heather Handley), เจ้าหน้าที่สัตวแพทย์, สายด่วนช่วยเหลือสัตว์ Pet Poison การดูแลและสุขภาพสัตว์เลี้ยง, กรณีฉุกเฉิน

ไพรีทริน (Pyrethrin) คือ สารฆ่าแมลงที่พบได้ตามธรรมชาติในดอกไม้ตระกูลดอกเบญจมาศ (ดอกมัม) ส่วน ไพรีทรอยด์ (Pyrethroid) ก็คือ ไพรีทรินสังเคราะห์ ซึ่งสูตรของผลิตภัณฑ์ต่างๆจะมีระดับความเข้มข้น สารช่วยเพิ่มการออกฤทธิ์ (Synergist) และสารนำพา (Carrier) แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การนำไปใช้ เช่น

  • ยาฆ่าแมลงสำหรับสวนและสนามหญ้า หรือบริเวณรอบๆบ้าน (ส่วนมากมักมาในรูปแบบของเหลว สเปรย์ หรือเครื่องพ่นหมอกควัน)
  • แชมพูกำจัดเห็บหมัดที่หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยา
  • ผลิตภัณฑ์ป้องกันหมัดและเห็บเฉพาะที่

สารเคมีเหล่านี้เป็นพิษต่อสุนัข แมว และสัตว์ชนิดอื่นๆมากแค่ไหน?

ไพรีทรินหรือไพรีทรอยย์จะเป็นพิษมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับว่าใช้กับสัตว์ประเภทไหน และขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสารช่วยเพิ่มการออกฤทธิ์ และสารนำพาที่ใช้ในผลิตภัณฑ์นั้นๆ การใช้ไพรีทรินและไพรีทรอยด์ในสุนัขถือว่าปลอดภัย แต่สำหรับแมวและปลาจะมีปฏิกริยาที่ไวต่อไพรีทริน/ไพรีทรอยด์ค่อนข้างมาก

โดยเฉพาะ ปลา จะตอบสนองเร็วมากถึงขนาดที่ว่าสามารถตายได้แม้จะได้รับสารนี้พียงเล็กน้อย เพราะฉะนั้นหากคุณใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไพรีทรินหรือไพรีทรอยด์ (เช่น เครื่องพ่นหมอกควัน สเปรย์ ฯลฯ) ก็ควรคลุมตู้ปลาด้วยวัสดุที่ไม่มีรูพรุน เช่น พลาสติกแรปให้แน่นหนา หรือยกตู้ปลาออกไปไว้ที่อื่น นอกจากนี้ ถ้าคุณใช้ยาหยอดเห็บหมัดแบบเฉพาะที่ (Tick and flea spot-on) ให้สุนัข ก็ต้องระวังอย่าให้พวกเขากระโจนลงแหล่งน้ำที่อาจมีปลาอาศัยอยู่ (เช่น บ่อปลาคาร์ฟ หรือลำธารแถวบ้าน) ภายในระยะเวลา 24 – 48 ชั่วโมงหลังการใช้

ส่วน แมว เองก็ตอบสนองต่อไพรีทรินและไพรีทรอยด์อย่างฉับพลันทันทีเช่นกัน เพราะว่าตับของพวกเขามีกลไกการกำจัดสารพิษที่แตกต่างออกไป จึงไม่สามารถกำจัด (สลาย) สารเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

แล้วแมวได้รับยาฆ่าแมลงที่มีส่วนผสมของไพรีทริน/ไพรีทรอยด์ได้อย่างไร?

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด คือ ความสะเพร่าของเจ้าของแมวเอง เป็นเรื่องน่าเศร้าที่เจ้าของแมวบางคนใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัดสำหรับสุนัข (ผลิตภัณฑ์ที่มีไพรีทรินและไพรีทรอยด์เข้มข้น) กับแมวของพวกเขาทั้งโดยบังเอิญและเจตนา ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ยาหยอดเห็บและหมัดเฉพาะที่สำหรับสุนัขที่มีส่วนผสมของไพรีทรินหรือไพรีทรอยด์นั้น ไม่ควรนำมาใช้กับแมวโดยไม่ปรึกษาสัตวแพทย์ ดังนั้น จึงควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้กับแมวหรือในบริเวณที่มีแมวอยู่อย่างน้อย 2 – 3 รอบทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัย! เช่นเดียวกับห้ามใช้ยากำจัดเห็บหมัดสำหรับ “สุนัขเล็ก” กับแมวเด็ดขาด

ไพรีทรีน-ไพรีทรอยด์/SMEmestyle

นอกจากนี้แล้ว แมวยังสามารถสัมผัสกับสารนี้ได้ในสถานการณ์อื่นๆ เช่น

  • แมวที่อาศัยร่วมกับสุนัขอย่างใกล้ชิด (เช่น ผลัดกันเลียขน นอนข้างๆกัน ฯลฯ) โดยที่สุนัขเหล่านั้นเพิ่งได้รับยาป้องกันเห็บและหมัดที่มีไพรีทริน/ไพรีทรอยด์เข้มข้นสูงสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ สิ่งที่คุณควรทำ คือ แยกสุนัขและแมวออกจากกันจนกว่ายาที่ใช้จะแห้งสนิท
  • แชมพูและปลอกคอป้องกันเห็บและหมัดส่วนมากมีความเข้มข้นของไพรีทริน/ไพรีทรอยด์ต่ำ ควรใช้ตามคำแนะนำ เก็บในที่มิดชิด ปลอดภัย และห่างจากแมว ส่วนแชมพูหรือปลอกคอป้องกันเห็บและหมัดที่ติดป้ายว่าสำหรับแมวโดยเฉพาะนั้นสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย

จะรู้ได้อย่างไรว่าแมวมีอาการไพรีทริน/ไพรีทรอยด์เป็นพิษ?

สัญญาณอาการของภาวะไพรีทริน/ไพรีทรอยด์เป็นพิษในแมวนั้นรุนแรงและอาจอันตรายถึงชีวิต แมวสามารถมีทุกอาการหรือมีเพียงบางอาการที่อยู่ในรายการด้านล่างนี้ แต่ไม่ว่าจะเกิดอาการไหน ก็ต้องรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที

  • มีน้ำลายมากผิดปกติ/น้ำลายไหล
  • กระวนกระวายหรือกระสับกระส่าย
  • อาเจียน
  • หลบซ่อนตัว
  • กระโดด ยืน หรือเดินลำบาก มีอาการเซ
  • กล้ามเนื้อกระตุก
  • สั่น
  • ชัก
  • ภาวะ Dyspnea (หายใจลำบาก)
  • ภาวะตัวเย็นเกิน (Hypothermia) หรือ ภาวะตัวร้อนเกิน (Hyperthermia)

ทั้งนี้ ย้ำอีกครั้งว่า ภาวะไพรีทริน/ไพรีทรอยด์เป็นพิษในแมวนั้น อันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ต้องทำอย่างไรถ้าแมวมีอาการเหล่านี้?

ถ้าคุณสงสัยว่าแมวที่เลี้ยงกำลังมีปฏิกริยาตอบสนองรุนแรงต่อไพรีทรินหรือไพรีทรอยด์ ให้พาแมวไปพบ
สัตวแพทย์ประจำตัวหรือเข้ารักษาฉุกเฉินทันที

สัตวแพทย์วินิจฉัยภาวะไพรีทริน/ไพรีทรอยด์เป็นพิษอย่างไร?

สัตวแพทย์จะทำการวินิจฉัยเบื้องต้น โดยอ้างอิงจากประวัติการสัมผัสผลิตภัณฑ์ที่มีไพรีทรินหรือไพรีทรอยด์ในแมวที่คุณทราบหรือคาดว่าได้เกิดขึ้น  ไปพร้อมๆกับการสังเกตอาการที่ได้กล่าวข้างต้น หากว่าแมวมีอาการสาหัส สัตวแพทย์จะเริ่มรักษาทันทีโดยไม่รอผลยืนยันการวินิจฉัย

มียาถอนพิษสำหรับภาวะไพรีทริน/ไพรีทรอยด์เป็นพิษในแมวหรือไม่?

ไม่มียาถอนพิษสำหรับภาวะไพรีทรินและไพรีทรอยด์เป็นพิษ แต่การรักษาที่ทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพโดยใช้การล้างพิษ (เช่น อาบน้ำด้วยน้ำยาล้างจาน), ยาแก้ชักกระตุกและยาผ่อนคลายกล้ามเนื้อ (เช่น เมโทคาร์บามอล), การเฝ้าวัดอุณหภูมิร่างกาย, ตรวจเลือด (เช่น ปริมาณกลูโคลสในเลือด) และการให้น้ำเกลือนั้นสามารถช่วยได้ จึงสำคัญมากที่แมวจะต้องได้รับความช่วยเหลือทันที

ไพรีทรีน-ไพรีทรอยด์/SMEmestyle

สัตวแพทย์รักษาอาการไพรีทริน/ไพรีทรอยด์เป็นพิษรุนแรงอย่างไร?

เมื่อแมวของคุณมีอาการคงที่ (เช่น ไม่แสดงอาการรุนแรง) สัตวแพทย์อาจเริ่มรักษาโดยการอาบน้ำให้แมวด้วยน้ำยาล้างจาน เพื่อป้องกันการได้รับสารอีกรอบหนึ่ง

กรณีสัญญาณ/อาการหนักหน่วงรุนแรง สัตวแพทย์จะรักษาโดยอ้างอิงจากอาการและวิธีที่สารเข้าสู่ร่างกายแมว (เช่น ทางผิวหนัง, กินทางปาก, ฯลฯ) หรือในกรณีที่มีอาการทางประสาท (เช่น กระตุก ตัวสั่น ชัก) แมวของคุณต้องพักรักษาที่โรงพยาบาลเป็นเวลาประมาณ 48 – 72 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังและได้รับการดูแลใกล้ชิด แม้อาการอาจดูเหมือนจะหายแล้ว แต่ก็อาการก็อาจกำเริบได้อีก

นอกจากนี้ ทางทีมสัตวแพทย์จะคอยวัดอุณหภูมิร่างกายของแมวอย่างละเอียด ไม่ว่าจะสูงหรือลดลง โดยมากแล้วจะทำควบคู่กับการตรวจเลือด เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าระดับน้ำตาลในเลือดและการทำงานของไตอยู่ในภาวะปกติ

โอกาสที่แมวจะฟื้นตัวจากภาวะไพรีทริน/ไพรีทรอยด์เป็นพิษนั้นมีมากน้อยแค่ไหน?

ถ้าหากสัตว์แพทย์สามารถมอบการรักษาที่รวดเร็วและทันท่วงที และไม่เกิดความซับซ้อนในการรักษาที่นอกเหนือไปจากอาการทางประสาท โอกาสในการหายของแมวโดยทั่วไปแล้วก็จะอยู่ในระดับดี

ตรงกันข้ามหากแมวมีอาการทางประสาทที่ไม่สามารถควบคุมได้ ปัญหาเลือดจับตัวเป็นลิ่ม หรือไตวายหลังจากที่มีอาการชักอย่างรุนแรงหรืออุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ โอกาสที่จะหายโดยรวมก็อยู่ในระดับต่ำ

วิธีป้องกันภาวะเป็นพิษในแมวทำได้อย่างไรบ้าง?

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเห็บหมัดเฉพาะที่กับแมวของคุณอย่างระมัดระวัง! ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับแมวเท่านั้น อย่าลืมว่ายาป้องกันเห็บและหมัดสำหรับสุนัขนั้นปลอดภัยสำหรับสุนัข แต่อันตรายมากสำหรับแมว
  • อ่านฉลากผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดก่อนใช้ เพื่อป้องกันการได้รับสารโดยบังเอิญ
  • แยกแมวของคุณออกจากสุนัขที่เพิ่งได้รับยาป้องกันหมัดเป็นเวลา 12 – 24 ชั่วโมง เพื่อรอให้ยาแห้งสนิท ถ้าหากไม่แน่ใจ หาเสื้อยืดให้สุนัขสวมใส่จนกว่ายาจะแห้งเพื่อป้องกันแมวสัมผัสโดยบังเอิญ
  • ระมัดระวังในการใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเห็บ/หมัดต่างยี่ห้อปะปนกัน หากสัตว์เลี้ยงของคุณมีปัญหาเห็บระบาด ควรโทรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องและปลอดภัย ทั้งนี้ ก็เพื่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยงและสิ่งแวดล้อม
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเห็บและหมัดในปริมาณที่เหมาะสมกับน้ำหนักแมวของคุณ อย่าใช้ในปริมาณที่เยอะเกินไป อย่าใส่เพิ่มแม้จะในปริมาณที่เล็กน้อยก็ตาม เพราะอาจทำให้เกิดภาวะเป็นพิษได้ หากไม่แน่ใจ พาแมวไปหาสัตวแพทย์เพื่อ “ชั่งน้ำหนัก” โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย!
  • เก็บรักษาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไพรีทรินหรือไพรีทรอยด์ให้มิดชิดและห่างจากแมว
  • ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ผลิตมาเพื่อสัตว์โดยเฉพาะกับสัตว์เลี้ยงของคุณเด็ดขาด! แม้ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงเหล่านั้นจะมีความเข้มข้นต่ำ แต่ตัวนำพาสารที่อยู่ในผลิตภัณฑ์อาจเป็นอันตรายต่อสัตว์ได้
  • กันแมวออกจากบริเวณ (ทั้งภายในและภายนอกอาคาร) ที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของไพรีทรินหรือไพรีทรอยด์จนกว่าพื้นที่จะแห้งสนิท

ไม่ว่าภาวะเป็นพิษนั้นจะเกิดจากสารอะไร การวินิจฉัยและรักษาอย่างฉับไวถือว่าจำเป็นมาก! เพราะถ้ารักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ก็จะช่วยป้องกันอันตรายของสัตว์เลี้ยงและรายจ่ายที่จะเกิดกับตัวคุณ.

ที่มา : https://vcahospitals.com/know-your-pet/pyrethrinpyrethroid-poisoning-in-cats

แปล/เรียบเรียง : TWCwriting

www.twcwriting.com

QR code/twcwriting

เครื่องทำน้ำแร่ ALKAMAG/SMEmestyle
Previous post

ซัคเซคมอร์ฯ ชูเครื่องทำน้ำแร่นวัตกรรม

Next post

This is the most recent story.

  • No Comment

    Leave a reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *

    five × 5 =