Highlight

คันฉ่องส่อง ‘บุพเพสันนิวาส’ หลากธุรกิจรับอานิสงส์ออเจ้า

เวลานี้ละครเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” นั้น ดังยิ่งกว่าพลุแตก  ตัวละครเอก ภาษาไทยโบราณ เป็นที่พูดถึงและนำมาใช้กันอย่างกว้างขวาง การตามรอยละครไปยังกรุงเก่า แล้วสวมชุดไทยเที่ยวชมวัด วัง โบราณสถาน บริเวณโดยรอบอุทยานประวัติศาสตร์ยังคงเป็นไปอย่างคึกคัก ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ย่อมส่งผลดีต่อผู้ประกอบการหลากหลายประเภท ไม่เฉพาะแค่โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร ร้านโรตี ของที่ระลึกท้องถิ่นเท่านั้น แต่กลุ่มธุรกิจหนังสือ ชุดไทย ทัวร์ท่องเที่ยว สมุนไพรไทย รวมไปถึงผู้จัดงานเทศกาลสงกรานต์ปี 61 ในหลายพื้นที่ ก็น่าจะได้อานิสงส์กับกระแสนี้อยู่ไม่น้อย

เหตุที่ละครเรื่องนี้โด่งดัง เพราะมีหลายปัจจัยสนับสนุน บทประพันธ์ดี งานโปรดักชั่นเด่น พระนางเล่นโดน ฯลฯ ที่สำคัญคือการนำเสนอเรื่องราว ภาษาที่นำมาใช้ในยุคกรุงศรีฯเข้ากับยุคปัจจุบันได้อย่างร่วมสมัย แถมยังแทรกสาระความเป็นไทย ทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม จารีตประเพณี และอาหารการกิน ไว้แทบทุกบทตอน

ประกอบกับ ช่วงเวลาที่ละครเริ่มออกอากาศเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้คนจากทุกสารทิศที่เดินทางมาเที่ยวชมงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” ยังคงอินอยู่กับบรรยากาศย้อนยุค เมื่อเจอละครพีเรียดแนวนี้เข้าไปอีก จึงโดนใจมหาชนเข้าอย่างจัง เรียกได้ว่าละครปัง ส่วนหนึ่งก็เพราะมาแบบถูกจังหวะพอดิบพอดี

บุพเพสันนิวาส/SMEmestyle

ที่ต้องให้เครดิตมากสุด คือ ผู้ประพันธ์ “จันทร์วีร์ สมปรีดา” หรือนามปากกา “รอมแพง” ซึ่งได้สร้างสรรค์ผลงานมาพักใหญ่แล้ว โดยบุพเพสันนิวาสนั้น  ได้รับรางวัลหนังสือดีเด่น เซเว่นบุ๊คส์อวอร์ด ในปี 2553 และยิ่งละครฟีเวอร์มากเท่าไหร่ นวนิยายอิงประวัติศาสตร์เล่มนี้ก็จะขายดีเทน้ำเทท่า สะท้อนจากยอดพิมพ์ล่าสุด ครั้งที่ 73 เข้าให้แล้ว เฉลี่ยพิมพ์ 2,000-3,000 เล่ม/ครั้ง กับราคาขายราว 210-250 บาท ส่วนลดมากน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน เฉพาะเงินสะพัดในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับหนังสือ โรงพิมพ์ สำนักพิมพ์ ร้านหนังสือ ก็น่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 40-50 ล้านบาท

การรณรงค์ให้สวมใส่ชุดไทยเที่ยวชมงาน อุ่นไอรักฯ ที่ได้การขานรับจากประชาชนทุกกลุ่ม ยังคงต่อเนื่องมาถึงละครเรื่องนี้ ต่างสวมชุดไทย ห่มผ้าสไบเฉียง นุ่งผ้าเชิงยาว หวีผมแสกกลางปีกนก ประดับปิ่นปักผม สวมแหวน กำไล ห้อยสังวาล ผ้าขาวม้าเคียนเอว เดินถือร่ม ฯลฯ ตามแบบแม่หญิงการะเกด และคุณพี่หมื่นสุนทรเทวา ตามรอยละครไปยังโบราณสถาน วัด วัง บ้านขุนนาง ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยากันอย่างเนืองแน่น

เครดิตภาพ : 77jowo

ยังผลให้ทุกวันนี้ในพื้นที่อยุธยาหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณโดยรอบ วัดไชยวัฒนาราม วัดสำคัญตามท้องเรื่อง มีพ่อค้าแม่ขายนำชุดไทยมาให้เช่า บริการแก่นักท่องเที่ยวคนไทยและชาวต่างชาติ กันเป็นล่ำเป็นสัน สนนราคาค่าเช่าตั้งแต่ 200-400 บาท/ครั้ง (ประมาณ 2-3 ชั่วโมง)

ผู้คนจากทั่วประเทศที่หลั่งไหลไปเยือนโบราณสถานนับพันนับหมื่นคน โดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์นั้น ในจำนวนนี้มีทั้งที่เดินทางไปเองด้วยรถยนต์ส่วนตัว และก็มีไม่น้อยที่เลือกท่องเที่ยวไปกับบริษัททัวร์ โดยผู้ประกอบการกลุ่มนี้ ก็จะนำเสนอโปรแกรมทัวร์ลักษณะ ตามรอยละครดัง ไหว้พระขอพร นอนอยุธยา เยือนแผ่นดินพระนารายณ์ ฯลฯ สนองความต้องการอย่างทันท่วงทีเช่นกัน

เครดิตภาพ : noomsaotours

สัมผัสได้จาก “หนุ่มสาวทัวร์” เสนอโปรแกรมทัวร์ “แต่งชุดไทย ตามรอย..แม่หญิงการะเกด” แบบ 1 วัน ไปเช้าเย็นกลับ มีชุดไทยให้สวมใส่ เที่ยวชมวัดไชยวัฒนาราม ป้อมเพชร วัดพุทไธศวรรย์ และปิดท้ายด้วยการพาไปชิมกุ้งเผาไซส์จัมโบ้ ในราคา 3,490 บาท/คน

“พาเที่ยวเลย” จัดโปรแกรมทัวร์ “ตามรอยละครบุพเพสันนิวาส” แบบ 1 วัน ไฮไลท์สถานที่พาเที่ยวใกล้เคียงกัน ครอบคลุมวัดไชยวัฒนาราม พระราชวังโบราณ พระบรมราชานุสาวรีย์ ฯลฯ เช่นเดียวกับเมนูอาหาร แต่จะมีช่างภาพถ่ายรูปให้ด้วย กรณีนักท่องเที่ยวแต่งชุดไทย เที่ยวครั้งต่อไปจะได้รับส่วนลด 300 บาท โดยทริปนี้จัดไว้ที่ 899 บาท/คน

บุพเพสันนิวาส/SMEmestyle

ไม่เท่านั้น ละครเรื่องเดียวกันนี้ยังถ่ายทอดให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนไทยในสมัยก่อน โดยเฉพาะการนำสมุนไพรใกล้ตัวมาใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการประกอบหรือถนอมอาหาร แม้แต่ใช้เยียวยารักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วย เช่น การดูแลช่องปากด้วยข่อยและเกลือ บำรุงผิวพรรณด้วยขมิ้นชัน หรือการบดไพรให้ละเอียด เพื่อนำมาเป็นยาสมานแผล เป็นต้น กุศโลบายที่แฝงไว้ในเรื่องนี้ ก็น่าจะช่วยให้คนไทยตระหนักและอนุรักษ์ภูมิปัญญาของชาติด้านนี้ไว้ ทั้งยังจะส่งผลบวกต่อผู้ผลิตและจำหน่ายสมุนไพรไทยได้ไม่มากก็น้อย

ทั้งนี้ เป็นที่คาดการณ์กันว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 คณะผู้จัดงานหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และชุมชน ในหลายพื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด คงจะรณรงค์ให้สวมชุดไทย ผ้าลายดอก เสื้อม่อฮ่อม นุ่งผ้าซิ่น คาดผ้าขาวม้า สืบสานวัฒนธรรมและประเพณีไทยอันดีงามกันอย่างหนักหน่วงแน่นอน เผลอๆธีมการจัดงาน ก็อาจจะล้อไปกับแม่หญิงการะเกดและคุณพี่หมื่นอีกก็เป็นได้

เครดิตภาพ : mediafunfacts

ยิ่งล่าสุด กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดสรรงบประมาณจาก กองทุนสื่อสร้างสรรค์ จำนวนหนึ่ง เพื่อสนับสนุนให้ผู้เกี่ยวข้องกับละครเรื่องนี้ ย้อนรอย ต่อยอด สร้างบุพเพสันนิวาส ภาค 2 เบื้องต้นกำหนดชื่อเรื่องไว้แล้วว่า “พรหมลิขิต” โดยมีเป้าหมายจะส่งออกสินค้าวัฒนธรรมด้านนี้ให้ระบือไกลในต่างแดน คล้ายกับโมเดล เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ของประเทศเกาหลีใต้ ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ให้กับซีรี่ส์ยอดฮิต “แดจังกึม” ดึงดูดให้ผู้คนทั่วโลกอยากมาสัมผัสศิลปวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยว และอาหารการกิน แดนกิมจินั่นเอง

เมื่อเป็นเช่นนี้ เห็นทีว่ากระแสบุพเพสันนิวาส คงจะไม่วูบวาบ หวือหวา ชั่วครั้งชั่วคราวเสียแล้ว ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอีกหลายธุรกิจ คงสัมผัสได้ถึงอารมณ์ความรู้สึก และน่าจะมองเห็นโอกาสที่เปิดกว้าง

เพลานี้จะมัวชักช้าอยู่ใยล่ะ ออเจ้า!

Previous post

 ‘ลา เครเปอรี่’ ร้านอาหารฝรั่งเศส ที่จับต้องได้

ห้างแพลตินั่ม/SMEmestyle
Next post

The Platinum Lady Fair

  • No Comment

    Leave a reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *

    14 + seven =